Yuth's profile☆☆☆ Yuth, To be continue...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    January 24

    เมื่อจอมยุทธ์ไปโรงเรียน?!?! [updated]

    เมื่อวานผมไปโรงเรียนนานาชาติมาหล่ะครับ คิดว่าน่าจะนำมาแบ่งปันกับเพื่อน ๆ กัน เพราะสำหรับผมแล้วมันเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยหล่ะ

    เริ่มต้นจากไหนดี ผมรู้จักกับน้า p เพราะว่าน้า p เป็นลูกค้าของน้องชายผมครับ แบบว่าผมเริ่มสนิทกับน้า p เพราะว่าลูกของน้า p ชื่อน้อง m มีปัญหาครับ
    แบบว่ายังไงดี น้องเขาสอบเลขได้คะแนนไม่ดีครับ น้าเค้ากลุ้มใจเลยปรึกษาน้องผม ปรากฎว่าน้องผมแนะนำให้น้องมาเรียนกับผมครับ หลังจากนั้นวาสนาเราก็ผูกพันกัน

    ส่วนสาเหตุที่ผมต้องไปโรงเรียนน้องเขามาเหรอครับ ก็ประมาณว่าเกรดน้องเขาออกมาไม่ดีอีกสิครับ คือมันดีกว่าเดิม ถ้าเทียบกับคนในห้องที่เคยได้ A น้องเขายังได้คะแนนมากกว่าอีกนะครับ
    แต่ว่าเกรดมันไม่ดี คือ มันยังไม่พอที่น้องเค้าควรจะได้สิครับ เมื่อเทียบกับความพยายามที่น้องเขาเรียนกับผมมา ผมสอนเองกับมือ ผมรู้เองครับ
    ทีนี้อาจารย์เขาเขียนมาใน scoring card ว่า ลูกศิษย์ผม ...go into wrong way as he ever said... น้าเค้าก็คาใจ ผมก็คาใจครับ เลยกำหนดว่าไปเจออาจารย์เลยดีกว่า ถามให้มันรู้เรื่อง

    เพื่อความกระชับของเรื่องราว เอาเป็นว่าผมเล่าตอนไปถึงโรงเรียนเลยดีกว่าเนอะ ;)

    ความรู้สึกแรกเหรอ โรงเรียนใหญ่มากครับ มีความเป็นอินเตอร์จริง ๆ เห็นฝรั่งสลอน คุยกันเป็นภาษาอังกฤษหมด ที่สำคัญเด็ก ๆ เนี่ยน่ารักกันทุกคนเลยอ่ะ แป่ว ม่ายช่าย

    เราไปด้วยกันสามคนครับ คือ ตัวคุณน้า (แม่เด็ก) เพื่อนคุณน้า (เก่งอังกฤษไฟแลบ) และก็ผมครับ

    อาจารย์เขาให้เวลาเราสิบนาทีครับ สรุปสุดท้ายเหรอ คุยกันสองชั่วโมงครับ ผมไปโน่นถึงโน่นอ่ะบ่าย กว่าจะถึงบ้านก็สองทุ่มครับ -_-"

    ผมจำรายละเอียดได้ไม่หมดนะครับ เอาเป็นจุด ๆ ที่จำได้ละกันเนอะ (แบบว่ามันเป็นภาษาอังกฤษหมด ผมขอถอดความเป็นไทยละกันนะครับ)

    แรก ๆ เราก็ถามก่อนเลยครับว่า ทำไมน้องเขาถึงได้คะแนนเท่านี้ เขาบอกว่าน้องผมขาด motivation ครับ
    อันนี้ผมขอโต้แย้งเลยครับ ว่า motivation อ่ะ มันนามธรรม คุณจะเอาอะไรมาวัดว่าดีไม่ดี มันไม่มีกฎเกณฑ์มาตรฐานวัดได้
    เขาก็มาสรุปว่าน้องผม lazy ครับ อันนี้คุณแม่ดันเห็นด้วย เอ่อ คุณน้าครับ น้องผมอ่ะไม่ lazy นะครับ ไม่งั้นเขาจะเรียนกับผมไหวเหรอ

    พอฟังไปสักระยะ ผมก็เลยอธิบายให้เขาฟังถึงเหตุผลที่ผมมา ผมเล่าให้เขาฟังว่าน้องเขาเรียนกับผมยังไงครับ
    ผมถามเขาก่อนว่าเขาใช้หนังสือเล่มนี้สอนใช่มั้ย เขาตอบว่าใช่ ผมก็เลยเล่าให้เขาฟังครับว่า
    ก่อนอื่นผมจะอธิบายให้น้องเขาฟังให้เข้าใจ พร้อมยกตัวอย่าง เมื่อจบ section ก็จะให้น้องเขาทำแบบฝึกหัดของแต่ละ section ด้วยตัวเอง จากนั้นผมค่อยเฉลยให้
    ซึ่งตรงนี้ผมให้น้องเอามาส่งเป็นการบ้าน ดังนั้นข้อหาที่คุณบอกเราว่า เด็กไปลอกการบ้านมาเนี่ย ผมขอบอกได้เลยว่าเป็นไปไม่ได้
    เพราะว่าเด็กทำกับมือ ผมท้าให้เขาเรียกเด็กผมมาทำการบ้านให้เขาดูเลยด้วยซ้ำ เขาเลยเงียบครับ ข้อหานี้ตกไป
    ผมพูดถึงจุดนี้ เพื่อนน้าผมก็พูดแทรกมาว่าน้อง m ติวถึงขนาดนี้เลยเหรอ ของเขาเองจ้างติวเตอร์มาก็แค่ทำการบ้านไปพร้อมกับลูกเขา
    ผมบอกว่ามันยิ่งกว่านี้ครับ เพราะเมื่อสอนและทำแบบฝึกหัดจบทุก section ผมให้น้องเขาทำอีกทั้งบทอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจมากขึ้น
    อาจารย์ฝรั่งกะเพื่อนน้าอ้าปากค้างครับ และเกิดไรขึ้นรู้มั้ยครับ
    อาจารย์บอกว่า เป็นเพราะว่าคุณให้เด็กทำโจทย์ชุดเดิมสองครั้ง เลยทำให้เด็กเบื่อ เอากับเขาสิครับ --""
    ผมก็เลยสวนกลับไปว่า เลขเนี่ย เราสอนให้เด็กรู้จักคิด ให้เข้าใจ แล้วค่อยจำ การทำรอบสองเนี่ยเพื่อให้เด็กได้จำ จริง ๆ สาเหตุมันเพราะคุณยิ่งสอนคุณยิ่งไม่มี worksheet หรือ outline ให้เราหรือไม่ นี่ผมก็ช่วยเหลือคุณโดยสอนให้เด็กผมพร้อมสำหรับการสอบตลอดเวลา คุณจะว่าไม่ดีได้อย่างไร
    นอกจากนี้ การเป็น "ครู" หมายถึง "การสอนให้เด็กรักในสิ่งที่เราสอน" แต่ถ้าคุณยัง bad attitude กับเด็กอย่างนี้คุณคิดว่าจะทำให้เด็กรักเลขขึ้นมาได้หรือ???

    จริง ๆ มันยังมีประเด็นยิบย่อยอีกมากมายนะครับ เช่น เขาเอา test ของเด็กที่พึ่งทำมาบอกรายละเอียดผม อันนี้ดีครับ ผมได้ประเด็นที่จะช่วยพัฒนาเด็กผมได้อีกเยอะเลย บางอย่างผมก็นึกไม่ถึง

    แต่โดยรวมเนี่ย ผมขอสรุปเลยนะครับ ว่าอาจารย์เขาไม่รู้สึกว่าเขาผิด ก็ไม่ว่าอะไร แต่ว่ายิ่งคุยมันยิ่งยาว
    ผมเลยตัดบท บอกว่าผมไม่ได้มาวันนี้เพื่อสรุปว่าใครผิด แต่ผมมาวันนี้เพื่อจะได้รู้ว่าทำไมเด็กผมถึงได้คะแนนไม่ดี ผมจะ boost คะแนนเด็กได้อย่างไรต่างหาก
    ผมจึงขอให้เขาแจกแจงมาเลยว่าเด็กผมได้คะแนนในแต่ละส่วนอย่างไรบ้าง และขอดูข้อสอบ final ที่เด็กทำและดูว่าตรวจคะแนนอย่างไรด้วย
    ผมว่าอันนี้เป็นข้อดีของอาจารย์ฝรั่งคนนี้ครับ เขา fair มาก ให้ผมมาหมดเลยและยังให้ key to final exam มาด้วย ต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

    อันนี้สรุปสำหรับน้องนะครับ
    1. น้องต้องเป็นผู้ใหญ่ให้มากขึ้นครับ เราเรียนกับฝรั่ง ผมคิดว่าโอกาสน้องดีกว่าคนหลายคนมาก ถ้าน้องผ่านตรงนี้ไปได้ น้องจะเก่งอย่างแน่นอน เรากำลังอยู่ในระดับโลก ไม่ใช่ระดับประเทศไทย จริง ๆ แล้วถ้าเทียบกับผมนะ สมัยผมเรียนเนี่ยบางมื้อผมยังไม่มีข้าวทานเลยนะครับ รถเนี่ยไม่ต้องพูดถึงรถเมล์ร้อนชัวร์ สถานการณ์สร้างวีรบุรุษครับ จำไว้
    2. น้องต้องสร้าง good attitude กับคุณครูครับ ฝรั่งชอบให้เราถาม เราก็ถาม ไม่ต้องอาย เพราะจริง ๆ ภาษาอังกฤษพี่ก็ไม่ได้แข็งแรง แต่ว่าพี่ทะเลาะกับฝรั่งได้ ทำเอาฝรั่งอึ้ง (ไม่รู้ว่าอึ้งเพราะฟังไม่รู้เรื่องรึเปล่า 555+) แต่ว่าถ้าน้องไม่พูด แล้วเมื่อไหร่จะเป็นหล่ะครับ
    3. อย่าคอยแต่กดตัวเองให้ต่ำ อย่าคิดว่าตัวเองโง่หรือต่ำต้อย เพราะคนอื่นก็มีหนึ่งสมองสองมือเหมือนเรา แถมหัวก็ไม่ได้ใหญ่กว่าเรา เราวัดกันที่กึ๋นครับ ความพยายามเท่านั้นที่ครองโลก
    4. สำหรับน้อง จะต้องแสดงวิธีทำโดยละเอียดตลอด และต้องไปพบอาจารย์ทุกวันจันทร์-ศุกร์ตอนเที่ยงทุกครั้ง (อย่าให้โอกาสที่พี่หาให้ได้หายไปนะครับ)
    5. สำหรับพี่ จะต้องหาโจทย์มาให้น้องทำให้หลากหลายขึ้น และจะต้องจับเวลาในการทำโจทย์ของน้อง
    6. อาจารย์น้องอยากได้ motivation เราก็จะแสดง motivation ให้เขาเห็นครับ ^_^

    ผมสรุปเลยดีกว่า ว่าสิ่งที่ได้จากการไปคราวนี้ของผม
    1. โลกมันกว้าง อะไรก็สู้ประสบการณ์ตรงของเราไม่ได้ครับ
    2. แข่งบุญแข่งวาสนากันไม่ได้ แต่เราเตรียมตัวให้เราพร้อมสำหรับวาสนาที่จะมาถึงได้ครับ
    3. ครูที่ดีคือครูที่สอนให้เด็กรักในวิชาที่เราสอน
    4. คนดีชอบแก้ไข คน(อะ)ไรชอบแก้ตัว
    5. สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดีเสมอ
    6. จงเรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วมันจะทำให้วิกฤตเป็นโอกาสเสมอครับ

    ถ้ามีใครสักคนบอกว่าเพื่อน ๆ น้อง ๆ โง่นะครับ อย่าเชื่อเขาครับ ผมนี่แหล่ะคนนึงที่เชื่อว่าเพื่อน ๆ น้อง ๆ ฉลาดครับ รับรอง :)

    จริง ๆ มันยังมีต่ออีกนะครับ แบบภาคสอง ประมาณว่าไปเจอสมาคมผู้ปกครองสิครับ แบบว่าบนโต๊ะนั้นอ่ะแต่ละคนมีไม่ต่ำกว่าร้อยล้าน เอาเป็นว่าใครอยากฟัง request มาละกันเนอะ สำหรับวันนี้พอก่อนดีก่า :)


    ว่าแล้วก็มาต่อภาคสองกันดีก่าเนอะ

    หลังจากผมได้ปรึกษาหารือกะอาจารย์ของน้องเขาแล้ว สิ่งที่ผมได้กลับมาคือ การแจกแจงคะแนนสอบของน้องเค้าอย่างละเอียด ข้อสอบชุดที่น้องทำที่ผ่านการตรวจแล้วพร้อมคะแนน และเซอร์ไพร์ส ผมได้เฉลยมาด้วยครับ
    หลังจากร่ำลาอาจารย์เสร็จ คุณน้าก็ต้องไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาของน้องคนอื่นอีกครับ แบบประมาณว่าทางโรงเรียนไม่แน่ใจว่าน้องเค้ามีปัญหาอะไรหรือไม่ เพราะสอบได้คะแนนต่ำเกือบทุกวิชา เลยจะส่งน้องเขาไปเข้าคอร์ส intensive care
    ประมาณว่าเรียนน้อยคนลง เหลือสักห้องละสามคน อะไรประมาณเนี้ยครับ แบบจะเข้าไปเรียนได้เนี่ยต้องผ่านการทดสอบทางจิตวิทยาด้วยนะ และก็ถ้าเข้าไปเรียนแล้วต้องจ่ายเพิ่มอีกเทอมละแสน อันนี้ผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว แบบน้องผมไม่โง่หรอก ผมสอนกะมือก็รู้อยู่แล้ว ยิ่งบอกว่าน้องผมเป็นโรคสมาธิสั้นอ่ะ ยิ่งเป็นไปไม่ได้
    แต่เอานะเพื่อความสบายใจ น้าเขาต้องไปรับผลทดสอบครับ ผมเลยต้องมาแกร่วอยู่กะโต๊ะผู้ปกครองจ้า ก็เพื่อน ๆ น้าทั้งนั้นแล

    โหยเล่าซะยาวกว่าจะได้เริ่มตอนที่สอง -_-"
    บนโต๊ะก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่ละคนมีอย่างน้อยร้อยล้าน ที่จำได้แม่น ๆ ก็ลูกชายช่องสามที่แต่งกะดาราอ่ะครับ อยู่กันครบทั้งคู่เลย

    ประเด็นแรกที่ได้เหรอครับ อื้มม์
    คนเหล่านี้ต่างจากเราอย่างไร? มีบุคลิกนิสัย หรืออะไรที่ทำให้คนเหล่านี้ประสบความสำเร็จ?
    ผมว่าคนเหล่านี้เป็นธรรมชาติมาก ไม่เครียดตลอดเวลา มีมารยาท รู้จักหยอดมุกซึ่งกันและกัน โอเคจริงอยู่ที่เวลาเพียงน้อยนิดเราคงไม่สามารถสรุปออกมาได้เป็น pattern หรอกว่าต้องนิสัยแบบนี้ถึงจะรวย
    แต่ว่าเราก็น่าจะได้อะไรกลับมาบ้างไม่มากก็น้อย อันไหนเราว่าดีก็เก็บไว้เนอะ อันไหนไม่ดีก็อย่าทำ
    ผมว่าประเด็นอยู่ที่ "การสร้างสายสัมพันธ์ด้วยความจริงใจ" ครับ คือเขากล้าเปิดอกพูดกัน อันไหนผิดก็ยอมรับ และพร้อมนำไปแก้ไข
    คนรวยบนโต๊ะผมแยกได้เป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือคาบช้อนเงินช้อนทองมาเลย และตัวเองก็สามารถฝึกฝนจนกระทั่งสามารถรักษาเงินนั้นไว้ได้ กลุ่มนี้จะมีลักษณะที่เรียกว่าไรดี มนุษยสัมพันธ์ดีครับ ดีมาก ๆ อยู่ใกล้ ๆ แล้วมีความสุข ทำให้การสนทนาเรื่องเครียด ๆ กลายเป็นไม่เครียดเกินไปนักได้ เก่งในการประสานประโยชน์
    ส่วนอีกกลุ่มจะเป็นกลุ่มที่พึ่งมารวยได้ด้วยลำแข้งตัวเอง กลุ่มนี้จะค่อนข้างบุคลิกลักษณะสู้ชีวิตมาก แต่เป็นกลุ่มที่รักลูกมาก ๆ แบบประมาณรักมากเกินไปเลยอ่ะครับ แต่ในโต๊ะวันนี้ กลุ่มนี้ไม่มีคุณสามีมาด้วยนะครับ มีแต่คุณแม่บ้าน
    >>> ที่เป็นส่วนร่วมของกลุ่มนี้คือ มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความละเอียด ช่างสังเกตครับ แม้กับผมที่พึ่งรู้จักเป็นครั้งแรก เขายังไม่ถือตัว สอบถามประวัติและการทำงาน รวมทั้งพยายามหาทางประสานประโยชน์เข้าร่วมด้วยกับความสัมพันธ์ครับ เป็นคนเปิดรับความคิดเห็นจากภายนอก
    อื้มม์ อันนี้คงเป็นส่วนที่ผมต้องหัดให้ได้

    ประเด็นที่สอง ก็ประมาณการเลี้ยงลูกครับ
    ปัญหาหลัก ๆ ของกลุ่มนี้เหรอครับ คือ คุณลูก ๆ ครับ ประมาณลูกไม่เชื่อฟังเอาซะเลย และก็ไม่ตั้งใจเรียน -_-"
    ทำไมเหรอครับ มันไม่ใช่เพราะขาดความรักนะครับ เพราะบนโต๊ะอ่ะ แต่ละคนเนี่ยผมว่า รักลูกมากเกินไป เลี้ยงลูกตามใจเกินไป พอเด็กเข้าสู่วัยต่อต้าน ก็เลยออกมาอย่างที่เห็น พูดไรเป็นไม่เชื่อ
    บางคนก็เสนอให้ลองปล่อยให้เด็กซ้ำชั้นดู จะได้หลาบจำ แต่ความเห็นส่วนตัวผมนะครับ ผมว่าเหตุการณ์จะยิ่งแย่หนักกว่าเดิม เพราะว่าเด็กเขาไม่รู้หรอกครับ ที่เขาทำอยู่ทุกวันเขาก็แค่ไม่เคยเจอความลำบาก ทุกคนก็ต้องรักสบายทั้งนั้น ในเมื่อสอบตกก็ยังมีกิน มันก็เลยไม่มี motivation
    นอกจากนี้ยังเป็นวัยของเด็กที่จะฟังเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ ดังนั้นการต่อต้านก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ
    ผมเห็นว่าวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องคือ ต้องใช้แส้และลูกกวาดพร้อมกัน ทำให้เขาเข้าใจว่าชีวิตจริงเป็นอย่างไร การหาเงินลำบากแค่ไหน และจูงใจให้เขารู้ว่าการเล่าเรียนจะเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างไร
    เรื่องพวกนี้มันไม่ง่ายเหมือนกัน เด็กพวกนี้จะเรียนรู้เราจากการกระทำครับ ไม่ใช่แค่คำพูด วิธีการที่ถูกต้องคือต้องกำหนดวิธีการโดยสามารถปรับไปตามสถานการณ์ให้ได้ครับ แต่อย่างน้อยเรามีเป้าหมายมุ่งไป
    ที่สำคัญห้ามปล่อยให้พวกเขาตกครับ เพราะว่าเท่ากับทำโทษเขาสองเด้ง ตอนนี้ผมไม่ได้สอนน้องเขาแล้วครับ แบบคุณน้าขอร้องว่าอยากให้เด็กเห็นความสำคัญมาขอร้องคุณน้าก่อน ค่อยอยากให้เรียนต่อ
    สำหรับผม ผมไม่เห็นด้วยนะครับ ไม่ว่ากรณีไหน ก็ต้องให้เด็กได้รับการช่วยเหลือครับ แม้จะไม่ได้เรียนจากผมก็ไม่เป็นไร แต่ว่าห้ามหยุด
    วันนี้จริง ๆ ที่ผมมาโรงเรียนน้องเขาเนี่ย ถือว่ามาทำหน้าที่ครูให้เสร็จสมบูรณ์ครับ คนนอกอาจเห็นว่าผมไม่ได้อะไร ผมจะมาทำไม แต่จริง ๆ แล้วผมได้นะครับ ได้ประสบการณ์มากมาย ได้ความสบายใจว่าเราไม่ได้ทอดทิ้งเด็ก เราได้มาหาจุดประเด็นปัญหาของเด็ก ได้บอกให้เด็กและแม่ของเด็กรู้
    ถึงเวลาเรามีลูกจริง ๆ คงต้องมานั่งทบทวนให้ดี ๆ ถ้าผมมีลูก ผมจะตีเมื่อแกทำผิดครับ แต่ผมจะอธิบายให้แกเข้าใจด้วย การไม่ตีเด็กตั้งแต่เด็กเนี่ย ผิดมหันต์ เพราะว่าเด็กเค้ายังไม่มีเหตุผลเพียงพอ การไม่ตีเท่ากับว่าตามใจเขาเกินไป เค้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิด มันก็เหมือนการทำธุรกิจแหล่ะครับ ถ้าแน่ชัดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท ในระยะยาวปัญหาจะน้อยกว่ามาก

    ประเด็นที่สาม มองเด็กแล้วก็มามองดูตัวเราเองครับ
    เด็กสมัยนี้ไม่ฟังคำพ่อแม่เลยครับ ผมมองแล้วก็มานั่งนึกถึงตัวเอง เอ บางทีที่พ่อกับแม่ผมพูดแล้วผมไม่ฟังเนี่ย น่าจะเป็นผมผิดเนอะ พ่อแม่มีแต่รักเราห่วงเรา ท่านต่างหากที่จะทราบเกี่ยวกับตัวเราได้ดีที่สุด เพราะท่านห่วงและอยู่กับเรามาตั้งแต่เล็ก ๆ
    บางทีเราโตแล้วก็ไม่ฟังท่าน อื้มม์ ต้องเปลี่ยนแปลงซะแล้วหล่ะ
    ส่วนที่น้องเถียงแม่ว่าคนอื่นทำคะแนนสอบได้ต่ำกว่าตัวเอง แต่ไม่โดนเรียกผู้ปกครองมาเนี่ย มันไม่ยุติธรรม น้องครับ พี่ขอบอกเลยว่า "โลกนี้ไม่มีความยุติธรรม" ครับ เราเกิดมาก็ไม่ยุติธรรมอยู่แล้ว น้องคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด พี่กลับเกิดมาแบบกลาง ๆ มีกินแต่ก็แบบไม่ค่อยพอ กว่าจะได้มาถึงทุกวันนี้ ก็ลำบากมากนะครับ
    ดังนั้นเลิกโทษคนอื่น แล้วหันมาดูตัวเองเถอะครับ การใช้ชีวิตเนี่ยมันต้องอยู่ให้ได้ในโลกแห่งความไม่ยุติธรรมนี้ วิธีที่ดูที่สุดคือ รักษาสมดุลแห่งการใช้ชีวิต แบ่งส่วนตัว ครอบครัว การงาน และส่วนรวมให้สมดุลครับ
    และก็ที่อาจารย์เรียกเรา ก็อย่าไปอคติครับ คิดในอีกแง่ อาจารย์ท่านรักและห่วงเรานะ ถึงได้เรียกแต่เรา สมควรภูมิใจมากกว่านะครับ
    สรุปโดยรวมก็ "Positive Thinking" แล้วชีวิตคุณจะ Positive ขึ้นอีกเยอะเลยครับ

    จริง ๆ มีภาคสามอีกนะครับ เป็นสิ่งที่ได้จากตอนที่นั่งรถกลับบ้านพร้อมคุณน้าอ่ะ เอาเป็นว่า ใครอยากฟังก็ request มาละกันครับ ถ้ามีหลายคนหน่อยค่อยเขียนเนอะ แบบขี้เกียจเล็กน้อยยยยยยยยยยยยยย ^_^

    Comments (22)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    Nonewrote:
    เข้ามาครั้งที่แล้วยังไม่มีภาค ๒  ไม่ได้เข้ามาหลายวันเพราะวุ่นๆ กับการเก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์ครับ  คุณยุทธ์เป็นคนที่มีPossitive Thinking และก็มีจิตวิญญาณของความเป็นครู ขอปรบมือให้ครับ _/\_
    Feb. 3
    boobooboo'wrote:
    โหยยยย กว่าจะสามารถเข้ามาเม้นได้ อาถรรพ์แรงจริง ๆ เล้ยยยย
    มาสัวสดีตอนสายค่ะ
    กำลังจะออกไปมอละ ....
     
    สุขสดใสวันสีชมพูนะเจ้าคะ อิอิอิ
    Jan. 30
    berna dettawrote:

    *´¨) ★
    ¸.•´¸.•´¨) ¸.•*¨)
    ( ¸.•´ (¸.•´ .•´
    ( ´¸..★/\︽﹨︽﹨︽☆︽\.☆
    ☆. /我   \︽﹨︽﹨︽★︽\°
     ☆ │來 ║﹌﹌﹌﹌﹌﹌﹌│.▲
    ★  │簽簽║ 田 ╭┬╮田│◢█◣
     @ │ 囉║   │││ ◢███◣
     ║╓╥╥☆. ●  ●. ╥★╥╥▊╥╥╖
    ╔╩╬╬╬╬. _/█_/█_╔╩╬╬╬╬╬╬╬ I just wanna say GOOD NIGHT na ka!! see ya:P

    Jan. 30
    Rainy Seasonwrote:
    มีภาค 2 แล้วเหรอ
    Jan. 29
    คร่อกกกกกกกกกก มารอภาค 3
     
    แวะมาแก้ข่าว เถียงในเอ็มไม่ทัน
    น้องคนนี้รักเดียวใจเดียวนะเจ้าคะ
    อิอิ
    แต่ก้อมีแอบมองชาวบ้านบ้างงาย
    ม่ายด้ายหรอ
    รับรอง ไม่ให้เสียชื่อพี่ชายหรอกน่า
    เหอๆ
     
     
    Jan. 29
    Tippiewrote:
    ฮั่นแหน่ โดนเรา Tag แล้วน๊า กระโดดลงมาร่วมเล่นซะดีๆ เพราะเราก็โดนคนอื่น Tag มาอีกที
    วิธีเล่น ก็ .. ถ้าเราโดนคราย Tag ก็ต้องเล่าความลับมา 5 อย่าง
    เล่าเสร็จก็ต้องไป Tag คนอื่นต่ออีก 5 คน
    พร้อมทั้งบอกทุกๆคนโต๊ย ว่าครายคือคนที่มา Tag เรา
    แล้วเราไป Tag ครายต่ออีก 5 คน นะค๊า
     
    Jan. 29
    ดีค่ะ คิดถึง คิดถึงมาก ๆๆ ว่างก้อแวะมาเลย นะคะ เปงไงบ้างค่ะ
    พักนี้สะบายดีไหมค่ะ วันนี้ไม่ได้อ่านบทความที่เขียนเลยนะ
    ไว้ ว่าง ๆๆ คุณฟ้าจะแวะมาอ่านนะคะ คิดถึงเสมอนะ จะนอน
    แล้วล่ะ ถือโอกาสส่งคุณยุทธ์ เข้านอนแล้วกัน ก้อหลับฝันดี
    ตื่นขั้นมาอีกที่ให้คิดถึง ฟ้าใส นะคะ เทคแคร์นะคะบาย ๆ
    Jan. 28
    เด็กเอ๋ย เด็กน้อย
    ความรักเจ้ายังด้อย เร่งศึกษา
    เมื่อเติบใหญ่ เจ้าจะได้มีภรรยา
    เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน
     
    เง้อ.... ไม่เกี่ยวกานช่ายป่ะเฮียยุทธ แต่อ่านแล้วชอบนะ อิอิ
    Jan. 27
    SO COOL !
    as usual !
    Jan. 27
    Nonewrote:

    ชายหนุ่มจึงเดินขึ้นไปบนห้องแล้วเปิดประตู
    พ่อ . "หลับหรือยังลูก"
    ลูก . "ยังครับ"
    พ่อ. "พ่อมาคิดดู เมื่อกี้พ่ออาจทำรุนแรงกับลูกเกินไป" ,
    "นานแล้วนะที่พ่อไม่ได้คลุกคลีกับลูก , เอ้า นี่เงิน 10 เหรียญที่ลูกขอ"
    เด็กน้อยลุกขึ้นนั่ง "ขอบคุณครับพ่อ" ว่าแล้วก็ล้วงลงไปใต้หมอนหยิบเงินเศษสตางค์ที่เก็บมาเป็นเวลานาน...จากการอดค่าขนม......จำนวนหนึ่งออกมา แล้วนับช้า ๆ
    ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็โกรธขึ้นอีกครั้ง . "ก็มีเงินแล้วนี่ แล้วมาขออีกทำไม"
    ลูก . "เพราะผมมีไม่พอครับ แต่ตอนนี้ผมมีครบแล้ว"พร้อมกับเอามือน้อยๆกำเหรียญแล้วค่อยๆยื่นมือออกไป...เอาไปใส่มือพ่อ......พ่อครับ ตอนนี้ผมมีเงิน ครบ 20 เหรียญแล้ว ผมขอซื้อเวลาพ่อชั่วโมงนึง" ............พรุ่งนี้พ่อกลับบ้านเร็ว ๆ นะครับ ผมอยากกินข้าวเย็นกับพ่อ........... Reference:  http://exp11.spaces.live.com/

    Jan. 27
    Nonewrote:

    พ่อ . "ถ้าจำเป็นจะต้องรู้ละก็ พ่อได้ชั่วโมงละ 20 เหรียญ"
    ลูก . "โอ.."ลูกอุทาน แล้วคอตก พูดกับพ่ออีกครั้ง "พ่อครับผมอยากขอยืมเงิน 10 เหรียญ"
    พ่อกล่าวด้วยอารมณ์ "นี่เป็นเหตุผลที่แกถามเพื่อจะขอเงินแล้วไปซื้อของเล่นโง่ ๆ หรืออะไรที่ไม่เข้าท่าหรอกเหรอ
    รีบขึ้นไปนอนเลยนะ แล้วลองคิดดูว่าแกน่ะเห็นแก่ตัวมาก ชั้นทำงานหนักหลาย ๆ ชั่วโมงทุกวันและไม่มีเวลาสำหรับเรื่องเด็กๆ ไร้สาระอย่างนี้หรอก"
    เด็กน้อยเงียบลง เดินไปที่ห้องแล้วปิดประตู
    ชายหนุ่มนั่งลงและยังโกรธอยู่กับคำถามของลูกชาย เค้ากล้าที่จะถามคำถามนั้นเพื่อจะขอเงินได้อย่างไร หลังจากนั้นเกือบชั่วโมงอารมณ์ชายหนุ่มก็เริ่มสงบลงและเริ่มคิดถึงสิ่งที่ทำลงไปกับลูกชายตัวน้อย บางทีเขาอาจจำเป็นต้องใช้เงิน 10 เหรียญนั้นจริง ๆ และลูกก็ไม่ได้ขอเงินเขาบ่อยนัก

    Jan. 27
    Nonewrote:
    ....................เวลามันสำคัญมากขนาดนั้นเลยหรือ?...................................
    ชายหนุ่มเลิกงานแล้วกลับเข้าบ้านด้วยความอ่อนล้า และพบว่าลูกชายวัย 5 ขวบรอคุณพ่ออยู่ที่หน้าประตู
    ลูก . "พ่อครับ, พ่อผมมีคำถามถามพ่อข้อนึง"
    พ่อ . "ว่ามาสิลูก,อะไรเหรอ"
    ลูก . "พ่อทำงานได้เงินชั่วโมงละเท่าไหร่"
    พ่อ . "ไม่ใช่โกงการอะไรของลูกนี่, ทำไมถามอย่างนี้ล่ะ" พ่อตอบด้วยความโมโห
    ลูก . "ผมอยากรู้จริง ๆ โปรดบอกผมเถอะ พ่อทำงานได้เงินชั่วโมงละเท่าไหร่"
    ลูกพูดร้องขอ
    Jan. 27
    Nonewrote:
    ดีครับ คุยกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น  ยิ่งถ้าครอบครัวไหนคิดว่าเงินคือคำตอบสุดท้าย ส่วนใหญ่มักจะไม่มีเวลาคุยกับลูก กว่าจะกลับมาถึงบ้านลูกก็เข้านอนไปแล้ว เวลาลูกมีปัญหาก็ไม่รู้ว่าจะไปปรึกษาใครดี
    Jan. 27
    รมเสีย -*-
     
    รมมะดี -*-
     
    อยากฆ่าคน -*-
     
    ก้อเรยแวะมาอ่าน ยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่
     
    เฮ้อออออออออออ !!!
     
    วันหลังจะมาเม้นท์ใหม่ ให้รมดีๆ ก่อน -*-
     
    Jan. 26
    thanyawrote:
    ment อารายดีหว่า...
    ท่านจอมยุทธ นับถือ ๆ
    เป็นวิธีที่สุดแล้วที่หาทางเพื่อทำให้น้องเขาดีขึ้น ดีกว่ามาทะเลาะว่าใครผิดใครถูก
    Jan. 26
    คนมีคู่ไม่รู้หรอก
    โห่ เพลงนี้โดนนนนนนนนนนนนน
     
    แป่ววว อ่านจบแระค้าบพี่ทั่นค้าบบบบ
    เฮ้ออ จะม้นยังงัยดี มันอยู่ในหัวเต็มไปหมด เรียบเรียงไม่ถูก
    เด็กแต่ละคนมีความถนัดที่แตกต่างกัน
    แล้วก้อมีความสามารถในการทำความเข้าใจหรือรับอะไรๆได้ช้าเร็วไม่เท่ากัน
    มิ้นก้อเคยสอนเลขให้น้องๆมาเหมือนกันนะ แล้วก้อใช้วิธีเดียวกับที่พี่ทั่นสอนด้วย
    คืออธิบายสอนไปทีละ sec ทำแบบฝึกหัด ตรวจการบ้าน ถ้าผิดก้อจะอธิบายให้ถูก
    ถ้าไม่เข้าใจให้ถามเลย
    แต่อย่างกรณีของน้องเค้า คงไม่กล้าถามหรือสนทนากับอาจารย์ละมั๊ง
    เฮ้อออออ ไม่รุจะสรุปยังงัยกันล่ะ
     
    ปล..ที่อาจารย์เค้าว่าน้องลอกการบ้านเนี่ย รับไม่ได้จิงๆหง่ะ
    โห่
     
     
    Jan. 26
    คนมีคู่ไม่รู้หรอก
    โห่ เพลงนี้โดนนนนนนนนนนนนน
     
    แป่ววว อ่านจบแระค้าบพี่ทั่นค้าบบบบ
    เฮ้ออ จะม้นยังงัยดี มันอยู่ในหัวเต็มไปหมด เรียบเรียงไม่ถูก
    เด็กแต่ละคนมีความถนัดที่แตกต่างกัน
    แล้วก้อมีความสามารถในการทำความเข้าใจหรือรับอะไรๆได้ช้าเร็วไม่เท่ากัน
    มิ้นก้อเคยสอนเลขให้น้องๆมาเหมือนกันนะ แล้วก้อใช้วิธีเดียวกับที่พี่ทั่นสอนด้วย
    คืออธิบายสอนไปทีละ sec ทำแบบฝึกหัด ตรวจการบ้าน ถ้าผิดก้อจะอธิบายให้ถูก
    ถ้าไม่เข้าใจให้ถามเลย
    แต่อย่างกรณีของน้องเค้า คงไม่กล้าถามหรือสนทนากับอาจารย์ละมั๊ง
    เฮ้อออออ ไม่รุจะสรุปยังงัยกันล่ะ
     
    ปล..ที่อาจารย์เค้าว่าน้องลอกการบ้านเนี่ย รับไม่ได้จิงๆหง่ะ
    โห่
     
     
    Jan. 26
    Nonewrote:
    เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นแล้วช่วยกันหาวิธีแก้ไขเป็นสิ่งที่ดีครับ  แล้วได้ถามความเห็นของน้องเขาบ้างไหมครับว่าเขามีทัศนคติยังไงบ้างกับวิชานี้  การเรียนรู้ที่ดีต้องให้ผู้เรียนมีใจเปิดรับในสิ่งที่กำลังเรียน และครูก็ควรชี้ให้ผู้เรียนเห็นถึงที่มาที่ไปว่าทำไมเขาถึงต้องเรียนเรื่องนี้
     
    ผมว่าคนเราต่างก็มีความถนัดที่แตกต่างกันไป น้องเขาอาจมีความถนัดในด้านอื่นก็ได้ครับ เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ หรือภาษา ก็น่าจะสนับสนุนในสิ่งที่เขาถนัดและสนใจให้เก่งไปเลย ส่วนไหนที่เขาไม่ถนัดก็ให้เขาพยายามทำให้ดีที่สุดเต็มความสามารถเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือขอให้น้องเขาเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นคนดีของสังคมก็พอแล้วครับ
     
    Jan. 26
    555555555 มะกี้นู่ผึ้งกำลังอัพเดท ก๊าบบ ตอนนี้เรียบร้อย ดูได้ละ เอาผ้าเช็ดหน้าไปด้วยนะ เด๊วจะร้องให้น้ำตาไหล ไม่มีไรเช็ด อิอิ
    Jan. 25
    Millwrote:
    ข้าน้อยขอคารวะท่านจอมยุทธ์
    ประสบการณ์หนึ่งวัน เอามาเขียนเป็นข้อคิดได้เพียบเลย  อ่านเสร็จเกือบบรรลุเลยนะเนี่ย --"
    สู้ๆน้า จะรอติดตามชมภาคสอง
     
    ps.จอมยุทธ์ใจร้าย T_T บังคับให้เม้นมาเม้นอ่า 55+
    Jan. 25

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://yutarng.spaces.live.com/blog/cns!71C3CEC3797DA959!7559.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None