Yuth's profile☆☆☆ Yuth, To be continue...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    January 17

    บันทึกความสุข

    ถือว่าเป็นการเล่าสิ่งที่ทำอยู่นะครับ คือเรื่องทำความดี ทุกคนก็ทำกันอยู่มากมายอยู่แล้วล่ะ ^_^ แต่ว่าทุกคนเคยจดกันมั้ยครับ? ว่าเราได้ทำอะไรไปบ้าง หลายๆ เรื่อง ที่เราทำแล้วหลงลืมไป ความดีเล็กๆ น้อยๆ สะสมเข้านานๆ ก็มากมาย เหมือนน้ำที่หยดทุกวันถ้าไม่มีภาชนะมารองรับ มันก็คงหล่นหายไป ถูกไหมครับ? แต่ถ้ามีอะไรบางอย่างมารองรับน้ำเหล่านี้ไว้ แน่นอนครับว่า ยามที่เราหิวกระหาย หรือจำเป็นต้องใช้ ก็สามารถนำมาใช้ได้ทันที เช่นเดียวกัน ยามที่เราท้อแท้ อ่อนแอ ผิดหวัง หรือรู้สึกว่าเรามันห่วย -_-!! เป็นเวลาที่ต้องการกำลังใจอย่างยิ่ง การได้กลับมาดูสิ่งดีๆ ที่เราเคยทำ ไม่ว่าจะมากจะน้อย ก็ช่วยทำให้จิตใจที่อ่อนระโหยโรยแรงกลับชุ่มฉ่ำขึ้นมาได้เป็นอย่างดี

    โดยส่วนตัวแล้วทำอะไรไปหลายอย่างมาก เช่น ทานมังสวิรัติมาปีกว่าแล้ว หรือ การทำสิ่งที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น แต่พอจะให้เขียนจริงๆ ก็นึกไม่ค่อยออก T_T เลยต้องใช้การจด บางทีก็ไปจดรวมกับอย่างอื่น เลยไม่ได้มีการบันทึกไว้อย่างจริงจัง จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ รู้สึกว่าเอาล่ะ..วันนี้แหละวันดี ก็เริ่มจากวันนั้นเป็นต้นมา นับหนึ่งใหม่ ^_^ คิดว่าทำไปเรื่อยๆ มากบ้าง น้อยบ้าง อย่างน้อยก็ทำเพื่อตัวเองให้รู้สึกว่า “วันนี้เป็นวันที่มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นมาในชีวิตเรานะ” ทำทุกๆ วัน เราก็มีเรื่องดีๆ หรือเรื่องที่ทำให้เรามีความสุขทุกวัน

    ถ้าเป็นไปได้ อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ลองจดดูนะครับ แรกๆ อาจจะเขินๆ หน่อย แต่ทำทุกวันก็จะชินไปเอง อย่างที่ทำอยู่ คือ สมุด “บันทึกความดี บัญชีความสุข” เช่นวันนี้ทำความดีอะไร หรือทำอะไรแล้วมีความสุข ก็จดลงไปครับ โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะเขียนให้ได้ทุกๆ วัน เพราะเคยอ่านเจอว่า “ช่างโชคดี อะไรเช่นนี้ ที่ได้เกิดมา วันนี้เราจะทำเรื่องดีๆ ให้เกิดขึ้น”

    มาช่วยกันทำเรื่องดีๆ เรื่องที่เกิดความสุขทั้งกับตนเองและคนรอบข้างกันนะครับ ^_^

    Comments (37)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    No namewrote:
    Be wow gold cheapest wow power leveling under the best single-site!
    Sept. 18
    No namewrote:
    Welcome to enter (wow gold) and (wow power leveling) trading site, (wow gold) are cheap, (wow power leveling) credibility Very good! Quickly into the next single! Key words directly to the website click on transactions! -471198446588618
    Aug. 22
    Yuth A.wrote:
    [TFEXเตรียมร่างเกณฑ์ซื้อขายออปชั่นเล็งเสนอบอร์ดตลาดฯอนุมัติเดือนหน้า]
     
           ตลาดอนุพันธ์ สรุปรูปแบบซื้อขายออปชั่น พร้อมเสนอบอร์ดอนุมัติเดือนหน้า เตรียมร่างเป็นเกณฑ์ บังคับใช้ “เกศรา”เผย สัปดาห์นี้สมาชิกจะให้ตอบแบบสอบถามความพร้อมเปิดซื้อขายทันไตรมาส3/50หรือไม่ พร้อมหามาร์เกตเมกเกอร์เพิ่ม
           

           นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดอนุพันธ์ ( ประเทศไทย ) จำกัด ( มหาชน ) หรือ TFEX เปิดเผยว่า ตลาดอนุพันธ์ได้มีการสรุปในเรื่องรูปแบบของการออก SET50 Index Options หลังจากที่มีการสอบถามความเห็นไปยังบริษัทประกอบธุรกิจอนุพันธ์ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยลักษณะรูปแบบจะคล้ายกับ SET50 Index Future ที่มีการซื้อขายในปัจจุบัน คือ สินค้าที่จะมาอ้างอิงคือ SET 50 จำนวนสัญญาก็จะมี 4 สัญญา อายุสัญญาเหมือนกันฟิวเจอร์ส ซึ่ง 1 สัญญาจะมีมูลค่า 1 แสนบาท หรือ คิดเป็น 1 ใน 5 ของสัญญาซื้อขายอนุพันธ์ในปัจจุบันที่ คิด 5 แสนบาท
           
           ทั้งนี้ในเดือนหน้าจะนำผลสรุปการออกออปชั่นดังล่าวเสนอต่อคณะกรรมการตลาดอนุพันธ์ (บอร์ด) ในเดือนหน้า เพื่อเตรียมที่จะเขียนเป็นเกณฑ์ออกมา โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการร่างเกณฑ์ดังกล่าวเสร็จภายใน 2-3 เดือนจากนี้ และนำส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)เห็นชอบต่อไป ซึ่งขั้นต่อไปก็จะมีการทดสอบระบบรวมถึงการให้ความรู้แก่นักลงทุน
           
           สำหรับขณะนี้ตลาดอนุพันธ์ได้มีการส่งหนังสือสอบถามความพร้อมของบริษัทสมาชิกอนุพันธ์ที่จะเปิดซื้อขายออปชั่น ว่าจะสามารถดำเนินงานด้านระบบการซื้อขายทันเปิดซื้อขายในช่วงไตรมาส3/2550หรือไม่ ซึ่งทางบริษัทสมาชิกจะมีการตอบกลับมายังตลาดอนุพันธ์ในสัปดาห์นี้ โดยหากบริษัทส่วนใหญ่มีความพร้อมก็จะเปิดซื้อขายออปชั่นในกำหนดเดิมที่ตั้งไว้อย่างไรก็ตามหากมีบริษัทสมาชิกที่มีความพร้อมในการซื้อขายออปชั่นน้อย ก็จะต้องให้ทางบอร์ดอนุพันธ์มีการพิจารณาว่าจะให้มีการเปิดซื้อขายภายในไตรมาส3/50หรือไม่
           
           นางเกศรา กล่าวว่า สำหรับนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในออฟชั่นนั้นจะเป็นนักลงทุนทั่วไปที่มีการเข้ามาซื้อขายในฟิวเจอร์สอยู่แล้ว และคาดว่านักลงทุนจะให้ความสนใจที่จะเข้ามาซื้อออปชั่น เนื่องจากนักลงทุนสามารถที่รู้ขอบเขตของความเสี่ยงว่าจะมีผลขาดทุนได้เท่าไร จากที่การซื้อขายฟิวเจอร์สนั้น จะมีผลขาดทุนไม่จำกัด และมูลค่าสัญญาถูกว่าการการลงทุนในฟิวเจอร์ส
           
           สำหรับการที่จะทำให้นักลงทุนเข้ามาซื้อขายออฟชั่นในปริมาณที่สูงก็จำเป็นที่จะต้องมีผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker)ในออปชั่น เข้ามาจะทำหน้าที่ส่งคำสั่งเสนอซื้อเสนอขาย ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มสภาพคล่องและทำให้ผู้ลงทุนมั่นใจได้ว่าจะสามารถซื้อหรือขายทำได้ตามที่ต้องการ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับการซื้อขายซึ่งขณะนี้ก็มีบริษัทหลักทรัพย์ 2-3 ราย สนใจที่จะเข้ามาเป็นมาร์เก็ตเมกเกอร์ในการซื้อขายออปชั่น
           
           ทั้งนี้บริษัทหลักทรัพย์ที่จะเข้ามาเป็นมาร์เก็ตเมกเกอร์นั้น จะต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่พอร์ตการลงทุนของบริษัทและมีเงินทุนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว โดยปัจจุบันทางตลาดอนุพันธ์ก็ได้มีการเปิดรับสมัครมาร์เกตเมกเกอร์ ในฟิวเจอร์ส์ อยู่ จากขณะนี้ที่มีมาร์เกตเมกเกอร์ที่ทำหน้าที่อยู่แล้วจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) หรือ KGI บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHATRA และ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย)จำกัด
    Jan. 22

    เอา Tag น๊า รีบๆทำด้วยหล่ะจอมยุทธ

     Tag หรือ Blog Tag ก็คือเกมส์สร้างเครือข่ายในหมู่คนเขียนบล็อค

    Jan. 21
    Yuth A.wrote:
    Winners of the Developer.com's Product of the Year 2007 Are Announced
    Web Service Development Tool or Add-in BEA Aqualogic™ Service Bus CocoBase® V5.0 PURE POJO™ Digg™ Google™ Maps API Microsoft® Windows Communication Framework

    And the winner is Google™ Maps API .

    A series of articles on Google's Maps API can be found at: Integrating Google Maps into Your Web Applications
    Retrieving Map Location Coordinates Java Tool or Add-in DJ Java Decompiler JBoss JRuby NetBeans Profiler IBM®WebSphere® Application Server

    And the winner is IBM®WebSphere® Application Server .

    For some insight into the product see Q&A with IBM's Rob High on the WebSphere Application Server Product Family JSR (Java Specification Request) JSR 82: Java™ APIs for Bluetooth JSR 135: Rich Multimedia API for Mobile Applications JSR 220: Enterprise JavaBeansTM 3.0 JSR 244: JavaTM Platform, Enterprise Edition 5 (Java EE 5) Specification JSR 248: Rich Multimedia API for Mobile Applications

    And the winner is JSR 244: JavaTM Platform, Enterprise Edition 5 (Java EE 5) Specification .

    The JCP page will give you a great deal of information. For more material you can also see Java EE 5 Performance Management and Optimization . .NET Tool or Add-in CodeSmith Lutz Roeder's .NET Reflector Microsoft® AJAX Library, ASP.NET AJAX Control Extensions, & ASP.NET AJAX Control Toolkit (collectively "Atlas") NUnit TestDriven.NET

    And the winner is Microsoft® AJAX Library, ASP.NET AJAX Control Extensions, & ASP.NET AJAX Control Toolkit (collectively "Atlas")

    More information on this technology can be found at "Atlas" Foundations: ASP.NET 2.0 Callback Open Source Tool NetBeans IDE Ruby on Rails Subversion source code management Ubuntu 6.10 IBM WebSphere® Application Server Community Edition

    And the winner is IBM WebSphere® Application Server Community Edition

    Congratulations to all the people who produced the winning products. Thank you to all the readers who participated in the Development.com Product of the Year 2007 contest from the nominations through the voting.

    ref: http://www.developer.com/java/other/article.php/3653956

    Jan. 21
    Yuth A.wrote:
    Winners of the Developer.com's Product of the Year 2007 Are Announced

    Each year Developer.com has its Product of the Year contest. We ask readers to nominate then vote on the technologies, tools, and programs that they think are the best in their field. Last year we said that the contest's results were the most clear-cut we had ever seen. This year's results were even more clear-cut than ever. In the main category of Technology, the winner dominated the category with 61% of the votes. Tools such as Apache Ant, which won Development Utility of the year, and Adobe Flash Lite 2, which won Wireless/Mobile development tool of the year, both won by some of the widest margins we've ever seen.

    Surprisingly we had a shift in brand alliance, four repeat winners, and a winner in the Wireless/Mobile Development Tool or Add-in category that we never expected.

    Technology Ajax (Asynchronous JavaScript and XML) JSON (JavaScript Object Notation) Ruby on Rails Ubuntu 6.10 Virtualization

    And the winner, for the second year in a row, is Ajax (Asynchronous JavaScript and XML). This is a category that many developers are interested in. Many times this is what developers would love to try out but never have enough time to investigate. See Bradley Jones' article announcing the Technology of the Year winner for more details on the technologies within this category. Framework Hibernate Microsoft® .NET™ 2.0 Ruby on Rails NetBeans Platform Spring

    And the winner is Ruby on Rails.

    For at good look at this framework read the article Ruby on Rails: All Aboard the Fast Train to Web Application Development Development Tool BEA Workshop Studio® Eclipse IBM WebSphere® NetBeans™ 5.5 Integrated Development Environment Microsoft® Visual Studio® Team System

    And the winner is IBM WebSphere®.

    IBM highlights the key features of WebSphere as Application and transaction infrastructure Application transformation Business integration Commerce Mobile and speech middleware Portals Product information management Express Middleware

    For more details take a look at the WebSphere features at the WebSphere home page. Development Utility Apache Ant Fiddler HTTP Debugging Tool NetBeans Profiler Notepad++ 3.9 PowerShell

    And the winner in this category again is Apache Ant.

    For more detailed information on this utility take a look at the following articles: Introduction to Custom Ant Tasks More on Custom Ant Tasks Taking on Custom Ant Logging Database Tool or Add-in Java DB Microsoft® SQL Server™ 2005 Navicat ™ (MySQL GUI) Oracle Database 10g Express Edition (Oracle Database XE) TOAD®

    And the winner is Microsoft® SQL Server™ 2005.

    Articles on SQL Server 2005 can be found at: SQL Server Integration Services: SQL Server 2005's New ETL Platform Using the SQL Server 2005 Integration Services Class Library New HTTP Endpoints Create SQL Server 2005 Web Services Using DDL Triggers to Manage SQL Server 2005 Wireless/Mobile Development Tool or Add-in Adobe® Flash® Lite™ 2 SavaJe NetBeans Mobility Pack Sun Java™ Wireless Toolkit

    And the winner is Adobe® Flash® Lite™ 2.

    Adobe lists the key features of Flash Lite 2 as: Flash Player 7 support Multi-Platform support Dynamic XML data Persistent data Powerful and dynamic media Text enhancement Shape drawing ActionScript API Action Script 2.0 support Synchronized device sound Compressed SWFs Tighter device integration

    Jan. 21
    ถึงเพื่อนๆ นางมารทุกท่าน 
          เนื่องจากตอนนี้เรามีเรื่องไม่สู้จะดีนัก 
    Jan. 21
    Yuth A.wrote:
    หากท่านอ่าน 9 เล่มนี้จบแล้ว และยังมีเวลาพอสมควร ท่านน่าจะพิจารณาอ่านหนังสืออีก 11 เล่ม ดังต่อไปนี้

    - The Singapore Story : Memoirs of Lee Kuan Yew โดย Lee Kuan Yew

    - Development as Freedom โดย Amartya Sen ผู้ซึ่งได้รับรางวัล Nobel Prize สาขาเศรษฐศาสตร์ ในปี 2540 ในช่วงที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในเอเชีย

    - The General Theory of Employment, Interest and Money โดย John Maynard Keynes

    - Financial Shenanigans โดย Howard Schilit เป็นหนังสือที่สอนให้เราจับกลโกงทางการเงิน รวมทั้งงบการเงินและการบัญชี

    - Capitalism and Freedom โดย Milton Friedman ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ที่ดีที่สุดคนหนึ่ง และเพิ่งเสียชีวิตเมื่อเร็วๆ นี้

    - Input-Output Economics โดย Wassily Leontief ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ในปี 1973 หนังสือที่อธิบายถึงผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงในภาคหนึ่งของเศรษฐกิจต่อภาคอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจ

    - Co-Opetition : A Revolution Mindset that Combines Competition and Cooperation : The Game Theory Strategy that’s Changing the Game of Business โดย Adam M. Brandenburger และ Barry J. Nalebuff

    - The Moral Consequences of Economic Growth โดย Benjamin M. Friedman ที่อธิบายถึงผลกระทบของการเติบโตทางเศรษฐกิจ  และกระแสโลกาภิวัตน์

    - Fisher Black and the Revolutionary Idea of Finance โดย Perry Mchrling ท่านที่ชอบหนังสือเล่มนี้ ควรอ่านหนังสือเรื่อง My Life as a Quant : Reflections on Physics and Finance โดย Emanuel Derman

    - Small is Beautiful : Economics as if People Mattered โดย E.F. Schumacher เป็นหนังสือคลาสสิกเล่มหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจขนาดเล็กก็ยอดเยี่ยมได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่โตมากมาย และหลักเศรษฐศาสตร์ที่ดีต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    Jan. 20
    Yuth A.wrote:
    หนังสือ 9 เล่มที่ต้องอ่านในชีวิตนี้

    ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์  chodechai@fpo.go.th  
    กรุงเทพธุรกิจ  วันศุกร์ที่ 08 ธันวาคม พ.ศ. 2549

    หลังจากที่รอคอยกันมานาน ผมได้คัดเลือกหนังสือดีที่ควรอ่านในชีวิตนี้ 9 เล่ม โดยเป็นหนังสือที่ผมได้เลือกจากหนังสือที่เคยอ่าน ในช่วงตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก และเป็นหนังสือที่ได้จากการแนะนำของศาสตราจารย์ ผู้รู้ นักคิด นักวิชาการในสมัยที่อยู่ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกาและเยอรมนี หากท่านอยากจะได้หนังสือดีมีคุณค่าและช่วยสร้างพลังความคิด นี่คือหนังสือ 9 เล่มที่ควรเก็บไว้อ่านในชีวิตนี้

    1.หนังสือเรื่อง The Wealth of Nations โดย Adam Smith ผู้ซึ่งได้ทำให้เศรษฐศาสตร์กลายเป็นสาขาวิชาที่สำคัญที่สุดสาขาหนึ่ง เขาได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งเศรษฐศาสตร์ หนังสือของเขาสอนให้เรารู้ว่าเศรษฐกิจของประเทศทำงานอย่างไรด้วยมือที่มองไม่เห็น “Invisible Hand”

    2.หนังสือเรื่อง Lombard Street : A Description of the Money Market ผู้แต่งคือ Walter Bagehot เป็นหนังสือคลาสสิก ที่ให้หลักคิดด้านเศรษฐศาสตร์ ในเรื่องหลักของเงิน ธนาคารและระบบการเงิน หนังสือเล่มนี้เหมาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้อ่านที่ต้องการเข้าใจพฤติกรรม และกลไกตลาดการเงิน ความสัมพันธ์กับการค้าและระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งวิกฤตการณ์ทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เมื่อเกิดวิกฤติศรัทธาในระบบธนาคาร หรือความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางหายไป ตลอดจนการบริหารจัดการกับความเสี่ยงและวิกฤติการเงินที่ถูกต้อง หนังสือเล่มนี้เขียนเมื่อปี ค.ศ.1873 หรือกว่า 133 ปีที่แล้ว แต่หลักคิดยังใช้ได้อยู่จนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิธีสร้างความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน และหลักที่ธนาคารกลางควรใช้ ในการจัดการกับวิกฤตการณ์ทางการเงิน และยังเสนอให้ใช้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นอิสระเป็นผู้บริหารธนาคารกลางของประเทศ (แทนบุคคลภายในธนาคารกลางเอง) Lombard Street เป็นชื่อของย่านธุรกิจการเงินในกรุงลอนดอน และเป็นที่เกิดของตลาดการเงินที่เก่าแก่ที่สุดของโลก

    3.หนังสือเรื่อง The Competitive Advantage of Nations และ Competitive Strategy โดย Michael Porter ซึ่งอธิบายถึง ความได้เปรียบในเชิงแข่งขันได้มาจากองค์กรที่ต้องทำตัวให้พร้อมในการปรับตัวเข้ากับสภาวการณ์เฉพาะที่เกิดขึ้น และความตระหนักรู้ในตลาดที่ตนอยู่และปรับตัวกับตลาดนั้นได้มากเท่าไร Porter ได้คิดค้นพัฒนากลยุทธ์ทั่วไป (Generic Strategies) และกำหนดปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการแข่งขัน (Competitive Forces) 5 ประการ ซึ่งสามารถนำไปใช้ กับอุตสาหกรรมต่างประเภท 5 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมที่ยังเปราะบาง เพิ่งเกิดใหม่ เติบโตเต็มที่ ตกต่ำ และอุตสาหกรรมระดับโลก แนวคิดของ Porter มีความชัดเจน มีเหตุมีผลที่มิอาจปฏิเสธได้ เพื่อตรวจสอบ ขีดความสามารถเชิงแข่งขัน ภายในองค์กร Porter สนับสนุนให้ใช้เครือข่ายแห่งคุณค่า (Value Chain) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์กระบวนการและปฏิสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆ ขององค์กร เพื่อกำหนดออกมาให้ได้ว่า ตรงจุดไหนสามารถเพิ่มคุณค่าให้แก่สินค้าหรือบริการและเพิ่มอย่างไร ในหนังสือเรื่อง The Competitive Advantage of Nations Porter ศึกษาขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจของโลก 8 แห่ง พบว่า บริษัทในประเทศใดก็ตาม ที่สภาวะการแข่งขันในตลาดภายในประเทศของตนเองมีความเข้มข้นมากที่สุด มักจะมีแนวโน้มปรับปรุงให้ดีขึ้นได้เร็วที่สุด Porter ได้วางกรอบแนวคิดว่าด้วย National Diamond โดยระบุปัจจัย 4 ประเภท ที่มีอิทธิพลต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศชาติอันได้แก่ ทรัพยากร อุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนกัน ลูกค้าที่มีอุปสงค์มาก (หรือตลาดภายในประเทศ ที่มีความต้องการมาก) และการแข่งขันภายในประเทศ หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่ผมชอบมากที่สุดเล่มหนึ่ง

    4.หนังสือเรื่อง The Fifth Discipline โดย Peter M. Senge ผู้ผลักดันศัพท์องค์กรแห่งการเรียนรู้ “The Learning Organization” โดยให้แนวคิดที่สำคัญที่องค์กรต้องตระหนักถึงภัยคุกคามและโอกาส วินัยต่างๆ ที่พนักงานและองค์กรต้องมี เพื่อเปลี่ยนองค์กรที่ด้อยประสิทธิภาพให้กลายเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ด้วย 5 หลักแนวคิด System Theory, Personal Mastery, Mental Models, Shared Vision และ Team Learning

    5.หนังสือเรื่อง Chasing Daylight : How My Forthcoming Death Transformed My Life โดย Eugene O’ Kelly หนังสือเล่มนี้แต่งโดยผู้เขียนซึ่งเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุดของบริษัทที่ปรึกษาการเงิน และบัญชี ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บริษัท KPMG ผู้ซึ่งหมอบอกว่า เขามีมะเร็งในสมองและเขาจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 100 วัน เขาจึงใช้เวลาในช่วงที่เหลืออยู่นั้น เขียนหนังสือเล่มนี้ สอนให้คนอ่านรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะอยู่อย่างมีความหมาย ถึงแม้จะเป็นระยะเวลาอันสั้นก็ตาม เขาเปรียบความตายที่กำลังจะมาเยือนเหมือนกับเกมของกอล์ฟที่กำลังจะจบลง ณ สิ้นวัน ในขณะที่การเล่นกอล์ฟกำลังดำเนินไป ตะวันเริ่มงวดลง เงาของแสงตะวันทอดยาวขึ้น ผู้เล่นไม่ต้องการให้เกมจบลง พวกเขาเล่นแข่งกับแสงตะวันที่กำลังงวดลง เหมือนกับการไล่ล่าแสงตะวัน ในขณะที่เกมกำลังจะจบลง ด้วยข้อคิดที่ยอดเยี่ยมที่กล่าวมาแล้วข้างต้น หากท่านยังไม่เคยอ่านหนังสือที่คนเขียนได้เขียนในขณะที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย ท่านควรลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดู
     
    6. หนังสือเรื่อง A Random Walk Down Wall Street โดย Burton G. Malkiel เป็นหนังสือที่ให้แนวคิดด้านการลงทุนที่ไม่ได้เขียนโดยนักขาย "Salesman" แต่เขียนโดยนักเศรษฐศาสตร์การเงิน "Financial Economist"เป็นหนังสือที่สอนด้านการลงทุนที่ดีที่สุด ตั้งแต่ยุคบุกเบิกของคอมพิวเตอร์ จนถึงการล่มสลายของธุรกิจดอทคอม "Random Walk" หมายความว่า ราคาของหุ้นในระยะสั้นไม่สามารถทำนายได้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง การเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้ นักลงทุนที่ไม่พยายามทำกำไรจากการทำนายการเคลื่อนไหวของตลาด สามารถทำกำไรได้มากกว่านักเก็งกำไร ที่พยายามทำกำไรจากการทำนายระยะสั้น นักลงทุนควรอ่านหนังสือเล่มนี้ทุกครั้งก่อนตัดสินใจลงทุน

    7. หนังสือเรื่อง Blue Ocean Strategy โดย W. Chan Kim และ Renee Mauborgne หนังสือเล่มนี้ให้หลัก และแนวคิดที่เป็นระบบ แต่ไม่เหมือนใครในการกำหนดกลยุทธ์ ที่ทำให้การแข่งขันจากภายนอกลดลง และผลตอบแทนมากขึ้น โดยอิงกับงานวิจัยที่เชื่อถือได้ เป็นหนังสือที่ผู้ประกอบการทั้ง SME และรายใหญ่ควรอ่านเป็นอย่างยิ่งครับ

    8. หนังสือเรื่อง Prisoner’s Dilemma โดย William Poundstone เป็นหนังสือที่ให้มุมมองแบบ 3 มิติของทฤษฎี Game Theory โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณี Prisoner’s Dilemma ที่ทำให้ผู้อ่านได้คิดอย่างลึกซึ้ง และยังถ่ายทอดปรัชญาความคิด ของนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่ง John Von Neumann

    9. หนังสือเรื่อง In Search of Excellence โดย Tom Peters และ Robert Waterman เป็นหนังสือด้านการจัดการที่ทรงอิทธิพล และปลุกเร้าความคิดที่มุ่งหาความเป็นเลิศ เป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดตลอดกาล
    Jan. 20
    ดีค่ะ วันนี้มาแปลกนะคะ ถ้าจะดีน้อ ฟ้าจะลองทำมั่ง
    เป็นความคิดที่ดีมากเลย ขอบคุณนะคะ ฟ้า จะลองดู
    ว่าทำได้ไหม นะ บอกไรให้ โดนคุณ แอน Tag มา
    เข้าไปอ่านยัง ไปดูนะ แวะมาบอก คิดถึงด้วย เทคแคร์
    นะคะ คิดถึงเสมอนะคะ คืนนี้นอนหลับผันดีนะ ฝันถึง
    ฟ้าใสด้วยนะคะ บาย ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
     
    Jan. 20
    ดีค่ะ วันนี้มาแปลกนะคะ ถ้าจะดีน้อ ฟ้าจะลองทำมั่ง
    เป็นความคิดที่ดีมากเลย ขอบคุณนะคะ ฟ้า จะลองดู
    ว่าทำได้ไหม นะ บอกไรให้ โดนคุณ แอน Tag มา
    เข้าไปอ่านยัง ไปดูนะ แวะมาบอก คิดถึงด้วย เทคแคร์
    นะคะ คิดถึงเสมอนะคะ คืนนี้นอนหลับผันดีนะ ฝันถึง
    ฟ้าใสด้วยนะคะ บาย ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
     
    Jan. 20
    ดีค่ะ วันนี้มาแปลกนะคะ ถ้าจะดีน้อ ฟ้าจะลองทำมั่ง
    เป็นความคิดที่ดีมากเลย ขอบคุณนะคะ ฟ้า จะลองดู
    ว่าทำได้ไหม นะ บอกไรให้ โดนคุณ แอน Tag มา
    เข้าไปอ่านยัง ไปดูนะ แวะมาบอก คิดถึงด้วย เทคแคร์
    นะคะ คิดถึงเสมอนะคะ คืนนี้นอนหลับผันดีนะ ฝันถึง
    ฟ้าใสด้วยนะคะ บาย ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
     
    Jan. 20
    ดีค่ะ วันนี้มาแปลกนะคะ ถ้าจะดีน้อ ฟ้าจะลองทำมั่ง
    เป็นความคิดที่ดีมากเลย ขอบคุณนะคะ ฟ้า จะลองดู
    ว่าทำได้ไหม นะ บอกไรให้ โดนคุณ แอน Tag มา
    เข้าไปอ่านยัง ไปดูนะ แวะมาบอก คิดถึงด้วย เทคแคร์
    นะคะ คิดถึงเสมอนะคะ คืนนี้นอนหลับผันดีนะ ฝันถึง
    ฟ้าใสด้วยนะคะ บาย ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
     
    Jan. 20
    ดีค่ะ วันนี้มาแปลกนะคะ ถ้าจะดีน้อ ฟ้าจะลองทำมั่ง
    เป็นความคิดที่ดีมากเลย ขอบคุณนะคะ ฟ้า จะลองดู
    ว่าทำได้ไหม นะ บอกไรให้ โดนคุณ แอน Tag มา
    เข้าไปอ่านยัง ไปดูนะ แวะมาบอก คิดถึงด้วย เทคแคร์
    นะคะ คิดถึงเสมอนะคะ คืนนี้นอนหลับผันดีนะ ฝันถึง
    ฟ้าใสด้วยนะคะ บาย ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
     
    Jan. 20
    Yuth A.wrote:
    ถึงนู๋หมิว โหย ถึงขนาดเปลี่ยนเมล์เพื่อมาเม้นท์ให้พี่เลยเหยอ
     
    ซึ้งอ่ะ อิอิ บันทึกไว้เป็นอีกหนึ่งความสุขละกันเนอะ ^_^
    Jan. 20
    boobooboo'wrote:
    โหยยย โหลดกระจายจริง ๆ ด้วย
     
    เหอๆ ๆ
    หมิวก็เคยคิดนะพี่ยุด ว่าปีใหม่จะทำอะไรดีให้ได้ทุกวัน ๆ
    ก็เลยเขียนสิ่งที่ได้เรียนรู้ใหม่ ๆ ในแต่ละวันอ่ะค่ะ แต่บางวันก็ลืมแฮะ ..
    แต่เรื่องดี ๆ นี่ไม่ได้เขียนเลย อิอิ
    เดี๋ยวจะลองไปเขียน ๆ มั่ง ..
    ว่าแต่ ........
    "เมื่อรักแล้ว...จะเลิกรักไม่ได้
    แต่เลือกจะรักในวิธีที่ไม่ทำให้ตัวเองเจ็บได้"
     
    โดนมั่ก ๆ อ่ะ *-*  เหอๆ ๆ  ...........
     
    ตั้งใจอ่านหนังสือนะเจ้าคะ พี่ยุดสู้ ๆ ๆ *-*
     
     
     
    Jan. 20
    Yuth A.wrote:

    อยากรู้จักความรักที่แท้จริง...
    ทำยังไงถึงจะเจอรักแท้
    "เมื่อรักแล้ว...จะเลิกรักไม่ได้
    แต่เลือกจะรักในวิธีที่ไม่ทำให้ตัวเองเจ็บได้" ....................

    คนที่ยังไม่เคยเจอความรัก มักตั้งคำถามว่า
    "ความรักคืออะไร"
    "อะไรคือนิยามความรัก"
    "ความรักที่แท้จริงเป็นอย่างไร"
    "แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักเขาจริง"

    ลองมองไปที่พ่อแม่
    แล้วสังเกตดูว่าเขารักเราอย่างไร
    นั่นล่ะ "ความรัก"
    ความรักที่สามารถพูดได้ว่า
    "ไม่รู้ล่ะ ยังไงก็รัก มันจะดีจะชั่ว ก็รัก" .......................

    ในความหมายของความรักจริงๆ แล้ว
    ไม่มีใครสามารถให้ความหมายของมันได้สมบูรณ์แบบ
    และเหมือนกันทุกคน
    เพราะแต่ละคนก็มีมุมมองความรักที่แตกต่างกัน
    เรามักให้ความหมายจากประสบการณ์ที่เราประสบกับตัวเอง
    และความรักที่เราได้รับมาตั้งแต่เล็กๆ มันมาทำนองไหน
    เราก็มักจะให้ความหมายในทำนองนั้น
    และต่างคนก็มีวิธีแสดงออกถึงความรักของตัวเองแตกต่างกัน........................

    แต่ความรักที่แท้จริง และคำว่า "รักแท้"
    ก็ไม่ได้พิสูจน์กันยากมากมาย
    เราสามารถบอกได้ว่าเรามี "รักแท้" ให้กับใครสักคนแล้วหรือยัง
    หรือมีใครมาให้เรารักหรือยัง .....
    มักถือเกณฑ์
    "ความเป็นห่วง" เป็นตัวตัดสินในตอนต้น

    เมื่อไหร่ที่มีคนๆ หนึ่งเข้ามารบกวนใจเรามากๆ ทำให้เราคิดถึงเขา
    และเพ้อฝันถึง อยากอยู่ใกล้ๆ อยากเป็นแฟน
    คาดการณ์ระยะต้นๆ ก่อนว่า
    "เราถูกใจเขา"
    อาจจะยังไม่ถึงกับรัก
    อาจเป็นความประทับใจจากรูปกายภายนอก
    และองค์ประกอบที่วัดกันทางสายตา ยังไม่ได้รับรู้ด้วยหัวใจ........

    ในเวลาต่อมา เมื่อได้รู้จัก ใกล้ชิด รับรู้นิสัยใจคอ
    หัวใจของเราก็จะค่อยๆ รับเอาคนๆ หนึ่งเข้าไปนั่งพูดคุยด้วย
    เป็นความเต็มใจ ความสุขที่ได้พบเจอ พูดคุย ใกล้ชิด
    และอยากที่จะมีเวลาอยู่ด้วยกันมากที่สุดเท่าที่จะมากได้
    ระยะนี้คงจะพอพูดได้ว่า
    "เรารักเขาเข้าแล้ว"
    .... แต่จะเป็นรักแท้
    หรือรักที่แท้จริงหรือเปล่าก็คงต้องดูกันต่อไป ........

    ในเวลาต่อมา เมื่อไหร่ที่เกิดความรู้สึกว่า
    "ทุกครั้งที่เขาทุกข์..ขอทุกข์ด้วย"
    ยิ่งเขาไม่สบายใจเรื่องอะไร
    เราก็จะไม่สบายใจไปกับเขาด้วย.........
    ไม่ได้เจอเขาก็จะเป็นห่วงว่าเขาจะอยู่ยังไง
    ทำอะไร เขาไม่สบาย เราเหมือนจะเป็นไข้แทน
    เมื่อมีโอกาสเจอกัน ก็สามารถแลกเปลี่ยนความรู้สึก
    ความทุกข์ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ มีการปลอบโยน
    เขาลำบาก... เราก็ไม่ชิ่งหนี แถมเดือดร้อนแทน
    ไม่ใช่ "เรื่องของเธอ ไม่เกี่ยวกับฉัน"...

    ฟังดูก็เหมือนกับมิตรภาพระหว่างเพื่อน
    แต่ใจเราจะรู้ด้วยตัวเองว่าคนๆ นี้ไม่ใช่เพื่อน
    เรารู้สึกละเอียดอ่อนเกินความเป็นเพื่อน
    เพราะมันจะเกิดความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อนคือ .........
    หัวใจจะวูบวาบ อ่อนไหว อยากสัมผัส อยากจับมือ อยากกอด
    และอยากทำอะไรอีกมากมายที่หากไม่ยับยั้งมันไว้ทัน
    ก็จะนำไปสู่อีกขั้นหนึ่งของความรักที่เกินขีดความพอเหมาะ .....

    ยิ่งเราเป็นห่วงใครมากเท่าไหร่
    พร้อมๆ กับความพิเศษที่ยกให้เขามากมายเกินเพื่อน
    ตอบใจตัวเองได้เลยว่าเรากำลัง
    "รักเขามาก"
    แล้ว "ความเป็นห่วง" "ความกังวล"
    "ความพร้อมที่จะผจญภัยไปกับความทุกข์ของเขาโดยไม่กลัว
    ขอเพียงเขาจับมือเราเดินไปด้วยกัน เขาลำบากเราลำบากด้วย"
    เพียงรู้สึกแค่นี้ เรากำลังเข้าใกล้รักแท้แล้วล่ะ ............

    ในที่สุดเมื่อถึงจุดที่ว่า เราอยากเข้าไปช่วยเหลือ ผ่อนคลายเป็นกำลังใจ
    จนถึงขั้นที่ว่า ทำอย่างไรให้เขาหมดทุกข์
    ทุกวิธีที่เราจะทำได้เพื่อให้เขามีความสุข
    วิธีไหนที่จะช่วยเขาได้เราจะทำ
    หากเขามีความสุขแม้กับคนอื่น เราก็หน้าชื่นอกตรมได้
    ไม่ว่าเขาจะต้องการเราหรือไม่ก็ตาม
    เขาไม่รักเราก็ได้ แต่ขอให้เราได้ทำอะไรเพื่อเขา
    ได้ดูแลเป็นห่วง และทำหน้าที่ตอบแทนความรักที่เรามีให้เขา
    แค่นี้เราก็พอใจแล้ว นี่
    แหละที่จะตอบได้ว่า
    เรากำลังมีรักแท้...และความรักที่แท้จริงก็คือสิ่งนี้เอง

    บางคนต้องการที่จะมอบความรักให้เขา
    เพียงเพื่อให้เขารักตอบ หากเขาไม่รักเราตอบ
    อะไรๆ ที่เราเคยทำให้ จะเลิกทำ
    อะไรที่เคยให้ จะขอคืน
    นั่นเพราะเธอยังไม่ได้รักเขา
    เธอรักตัวเธอเองต่างหาก
    เธอทำทุกอย่างเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง................

    ความรักที่แท้จริงคือ...
    การแบ่งปันรักโดยไม่หวังว่าจะได้รับการตอบแทน
    แอบหวังลึกๆ ก็ได้ ...

    แต่เมื่อรักแล้ว จะเลิกรักไม่ได้
    แต่เลือกที่จะรักในวิธีที่ไม่ทำให้ตัวเองเจ็บได้
    เช่น หากเรารักใคร แล้วเขาไม่รักเรา ไม่จำเป็นต้องเลิกรักเขา
    แต่เราก็รักเขาได้ในวิธีที่ถูกต้อง คือการมีความปรารถนาดีกับเขา
    ความเป็นมิตรในยามที่เขาต้องการ

    แต่ความปรารถนาที่จะได้เขามาเป็นแฟน
    ทำทุกทางให้เขามาเป็นของเรา
    ...มันจะหายไปจากความรู้สึก ...
    หากเธอมีรักแท้จริงต่อเขานะ ........

    แต่หากเธอยังไม่รู้สึกอย่างนี้กับใคร
    นั่นหมายถึงเธอยังไม่รู้จักความรักที่แท้จริง
    เป็นเรื่องประหลาดที่มีไม่กี่คนหรอกที่จะทำให้เธอเกิดความรู้สึกนี้ได้
    เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดความรู้สึกนี้กับใคร เธอจะรู้ทันทีว่า
    "เขานี่แหละ" ...........

    ส่วนวิธีที่เธอจะเจอกับรักแท้ ก็ไม่ยาก
    เพียงแต่สวรรค์ไม่บอกให้เธอรู้ก่อนเท่านั้น
    และมันมักจะมากับคนที่เธอไม่คาดฝัน
    คนที่เธอต้องมานั่งสงสัยตัวเองทีหลังว่า
    "ไปห่วงอะไรเขานักหนานะ" ทำไมคนๆ นี้ถึงทำให้เราคิดถึงได้มากขนาดนี้
    แล้วใครจะตอบได้ล่ะ...

    ในเมื่อยังตอบตัวเองไม่ได้เลย...

    Jan. 20
    Yuth A.wrote:
    น้องมาร์.. ชวนไปอยู่ด้วย !..
    http://matrix.thaivi.net/2007/01/04/would-you-come-with-me
    Jan. 20
    Yuth A.wrote:
    ยุทธการห่านบิน
    Jan. 20
    Yuth A.wrote:
    ไอโฟนกระดาษขนาดเท่าของจริง
    http://iphonecountdown.com/iphone_readymech.pdf
    Jan. 20

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://yutarng.spaces.live.com/blog/cns!71C3CEC3797DA959!7506.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None