Yuth さんのプロフィール☆☆☆ Yuth, To be continue...フォトブログリストその他 ![]() | ヘルプ |
|
1月4日 จอมYuth แอ่วเจียงใหม่เจ้า [อัพเดตed]♪ Music Playing: จอมยุทธ์ - P2WarShip ♪ ♪ Music Playing: I thnk I - แคททรียา อิงลิช ♪ Copyright © 2006 จอมYuth Inc. All rights reserved.
--------------------------------------
อิอิ หายไปหลายวัน ไม่รู้จะมีใครคิดถึงเราบ้างไหมน้อ อิอิ
จริง ๆ ว่าจะไม่อัพแล้วหล่ะ แบบว่าเรื่องมันยาวมากมาย ประสบการณ์มากหลาย กลัวจะจำได้ไม่หมดอ่ะ ส่วนใหญ่ถ่ายรูปเอาซะมากกว่า ถ่ายแบบมากมายมหาศาลมโหฬารพันลึก คิกคิก ก็ยังไม่ได้ล้างรูปเลย นิ
แต่มาคิดอีกทีเล่าก็ได้เนอะ เด๋วจะยิ่งลืมไปกันใหญ่อ่ะ แบบว่าเที่ยวเยอะมากจนบางทีกลับมาตอนเย็นจำไม่ได้แล้วว่าตอนเช้าไปเที่ยวไหนอ่ะ ข้อมูลมันล้นสมอง เอิ้ก แบ่งเป็นวัน ๆ เนอะ มีทั้งหมด 5 วันขอรับ คิดว่าจะอัพเดตสักยี่สิบรอบได้ สำหรับ Blog Entry นี้ครับผม ก็มันต้องค่อย ๆ นึกอ่ะ [ เกริ่นนำ ]
จริง ๆ trip นี้ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะไปที่ไหนครับ กะว่าไปหาเอาข้างหน้าอ่ะ แต่พอดีญาติอยากจะไปด้วย เลยให้ญาติจองโรงแรมกับรถตู้ให้ เพราะว่าเข็ดที่สองปีก่อนไปรถติดที่ดอยสุเทพครับ ติดอยู่สองชั่วโมงหาที่จอดไม่ได้ ลงมาก็เบรคไหม้เลยอ่ะ เลยเข็ดครับ พอตอนท้ายคุณพ่อเปลี่ยนใจออกรถ Toyata Fortuner เลยขับไปกันเองครับ ก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ เพราะว่าขับรถกันเป็น มีคุณพ่อ น้องชายอีกคน และก็ผม ผลัดกันขับได้อยู่แล้น แหม ก็คนขับรถตู้เล่นคิดวันละ 1,500 ค่าน้ำมันต่างหาก และต้องมีค่าอาหารให้คนขับด้วยทุกมื้อ เหอเหอ ไปเองดีก่า ค่าน้ำมันตกอยู่สี่พันกว่าบาทเอง ^_^ [ วันที่ 30 ธันวาคม 2548 ]
![]() [วัดพระธาตุลำปางหลวง]
วันนี้ออกเดินทางครับผม เริ่มออกเดินทางกันตีห้าครึ่งอ่ะ โห เมื่อวานก็พึ่งไปดู narnia กะน้องชายน้องสะใภ้ กว่าจะเลิกก็ตีสอง กลับมาถึงบ้านก็ต้องจัดกระเป๋าสรุปได้นอนตีสาม เอิ้ก มึนตึ๊บ
ม่ายเป็นราย ขึ้นไปนอนบนรถละกัน จริง ๆ trip นี้อ่ะ ผมเป็นคนที่ไม่อยากไปมากที่สุดแล้วอ่ะ เพราะแบบช่วงนี้มีแต่เรื่องไม่ค่อยจะดีนัก เลย ประมาณอารมณ์ว่าไม่อยากเที่ยวอ่ะ มันห่อเหี่ยว อยากจะนอนให้มันผ่านวัน ๆ ไปอ่ะค่ะ เฮ้อ พอดีน้องชายคนที่สองดันอยากไป ทั้ง ๆ ที่ปกติจะเป็นคนที่ไม่อยากไปที่สุดอ่ะ เง้อ เลยต้องไปกันหมดบ้านเลย ผลสุดท้ายกลายเป็นว่าพ่อเจ้าคุณเอ้ย น้องสะใภ้ท้องคร้าบ เง้อ เลยอดไปตามระเบียบ กรรมเลยตกอยู่กับพวกข้าเจ้าต้องไปกัน เง้อ จำไว้ไอ้น้องชาย อิอิ กว่าจะไปถึงลำปางก็ตกบ่ายกว่า ๆ ครับ เลยไปแวะกันที่วัดพระธาตุลำปางหลวง อย่าถามผมเด้อ เอาเข้าจริง ๆ ผมยังไม่รู้ว่าเค้าจะไปกันที่ไหนเลยอ่ะครับ แบบว่าไม่อยากไป เลยไม่สนใจไรทั้งนั้นแหล่ะ พอไปถึง อื้มม์ พระธาตุงามแท้ ๆ เห็นคนเค้าเวียนเทียนรอบพระธาตุ และก็เห็นพัฒนาการของวัดไทยครับ โห มีบทบูชาพระธาตุที่ไม่เหมือนที่อื่น ๆ ด้วยอ่ะ บรรยากาศพาไป ดูศักดิ์สิทธิ์ เอานะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ มาถึงที่แล้ว เลยเวียนกะเค้าด้วยเลย แหม ก็ในพระธาตุบรรจุไว้ด้วย "พระบรมสารีริกธาตุ" อ่ะ จริง ๆ ผมไม่ค่อยชอบทำบุญแบบนี้อ่ะครับ คือแบบถ้าทำบุญตักบาตรเนี่ยชอบ แต่แบบที่มันเหมือนการค้าแบบนี้ เช่น บูชาธูปเทียนชุดละยี่สิบอ่ะ ผมไม่ชอบ ก็เลยเวียนแบบไม่ซื้อเครื่องบูชาไปสักครึ่งรอบ อื้มม์ เวียนไปก็อ่านป้าย อ่านบทบูชา โห มีมากมาย ดี ๆ ทั้งนั้นเลยอ่ะ เลยตกลงใจว่า งั้นไปซื้อเครื่องบูชามาเวียนให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยดีกว่าแฮะ ผมเวียนแปลกประหลาดกว่าคนอื่นอ่ะครับ คือแบบผมเจอกี่ป้าย ผมก็คุกเข่านั่งลงสวดตรงนั้นเลยอ่ะ โห แรก ๆ ก็อายนะ แต่มานั่งคิดว่าอ้าว ก็ฉันศรัทธาของฉันอ่ะ เวียนไปเฉย ๆ จะมีอะไร บูชาทำจิตเป็นสมาธิเลยดีกว่า มีสักสิบสองป้ายบูชามังครับ เชื่อมั้ยเอ่ย หลังจากผมเวียนไปหนึ่งรอบอ่ะ ปรากฎว่าเกิดเรื่องมหัศจรรย์ขึ้นครับ คนกว่าครึ่งเอามั่งอ่ะ นั่งกันหมดเลย ในขณะที่ผมเดินเวียนอย่างเดียวและ เพราะว่าผมสวดครบหมดทุกป้ายและ เอาเข้าไปคนไทย แต่เอาเหอะ ผมไม่สงวนลิขสิทธิ์จ้า ใคร ๆ ก็อยากได้ในสิ่งดี ๆ อยู่แล้ว ผมดีใจซะยิ่งกว่านะที่เป็นคนทำให้คนอื่นเค้าได้เจอในสิ่งที่ดี ๆ เนอะ จริง ๆ ผมว่าคนอื่นก็คงอยากทำอย่างนี้ตั้งแต่ต้นแล้วหล่ะ แต่ว่ามันอายอ่ะ มีคนเบิกทางสักคนก็พอแล้วผมว่า อื้มม์ ทีนี้ก็ออกมาจากพระธาตุ นึกว่าหมดแล้ว มีคนบอกว่าให้เข้าไปในห้อง ๆ นึง ผมไม่แน่ใจว่าเป็นอุโบสถหรือเปล่าครับ แบบเป็นห้องที่สูงจากพื้นมาก และห้ามผู้หญิงขึ้นไปด้วยอ่ะ ผมก็คิดในใจอะไรจะขนาดนั้น ก็รอให้ครบสักหกคนก็เข้าไปในห้อง มีคน ๆ นึงปิดประตูห้องเป็นห้องมืด ที่ประตูจะมีรูเล็ก ๆ อยู่รูนึงครับ ตรงข้ามประตูตรงมุมห้องจะมีผ้าขาวขึงไว้ เราก็มองตรงผ้า ก็ไม่เห็นไรนิ พอคนคุมห้องเอามือปิดช่องแล้วบริกรรมคาถา พอปล่อยมือ โห ภาพงามงดขึ้นที่ฉากครับ เป็นพระธาตุกลับหัว โอ้ว มหัศจรรย์ ผมเคยได้ยินมาแล้วหล่ะเรื่องพระธาตุกลับหัว สักสองปีแล้วมั้ง แต่ไม่นึกว่าจะอยู่ที่วัดนี้ครับ ไม่นึกว่าจะเจอกับตาตัวเอง คนคุมห้องก็เล่าให้ฟังว่า ที่ห้ามผู้หญิงขึ้นมาเพราะว่าด้านใต้ห้องนี้มีพระพุทธบาทครับ เค้าสร้างอาคารครอบไว้ เพราะว่าถ้ามีผู้หญิงข้าม พระพุทธบาทจะเสื่อมศักดิ์สิทธิ์อ่ะ ฟังหูไว้หูละกันครับ เรื่องพวกนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ ว่ากันว่ามีวันหนึ่งเณรเข้ามาทำความสะอาดในห้องนี้แล้วได้ปิดประตูห้องเหลือแต่ช่องเล็ก ๆ และเห็นครับ แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นนะครับ เมื่อมีคนนึงในบรรดาผู้เข้าชมขอให้คนคุมเอาผ้าออก ซึ่งปกติไม่เคยมีใครขออะครับ โห สุดยอดมากมาย ภาพบนผ้าขาวอ่ะ มันจะเหมือนภาพถ่ายของพระธาตุแต่กลับหัว ในขณะที่ภาพเดียวกันบนผนังมุมห้อง มันกลายเป็นภาพวาดครับ ประทับตาประทับใจมาจนถึงปัจจุบันเลย ที่สำคัญถ่ายรูปไม่ติดครับ กดชัตเตอร์ไม่ลง อันนี้ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งนะ เพราะว่ากล้องรุ่นใหม่มันต้องจับโฟกัสได้ถึงจะกดชัตเตอร์ได้ แต่ในห้องมืด มันอาจจะจับโฟกัสไม่ได้ หรือไม่ก็พระพุทธบาทท่านศักดิ์สิทธิ์มากทำให้ถ่ายไม่ติด สำหรับผมยังไงก็ได้อยู่แล้ว ถ้าการเชื่อว่าท่านศักดิ์สิทธิ์ทำให้คนยึดมั่นกระทำความดี ผมก็ว่าดีเหมือนกันครับ พอออกมา อ้าว ญาติเราไปกันหมดแล้ว หมายถึงออกเดินทางไปแล้วครับ เหลืออาโกวคนนึงที่นั่งมากะรถคันผมอ่ะ โห อะไรของเค้ากันฟ่ะ มาเที่ยวแค่เวียนเทียนรอบพระธาตุ เค้าไม่ได้เรียกกันว่ามาถึงนะ อาโกวโทรไปว่าใหญ่เลยอ่ะ แบบว่าอะไรกันจะไปก็ไม่บอกกันด้วย เฮ้อ และก็ไปถึงเชียงใหม่ในวันนั้นแหล่ะครับ โห โรงแรม โห โห อย่างโทรมอ่ะ เอานะ ปรับไปตามสภาพละกัน แค่มานอน แต่จริง ๆ แล้วมันขัดกับทฤษฎีในบ้านผมนะครับ แบบว่ามาเที่ยวเนี่ยต้องโรงแรมดี ๆ อาหารดี ๆ เพราะว่าจะทำให้เรามีกำลังใจในการที่จะทำปีต่อไปให้ดีกว่านี้อ่ะ เง้อ ไหงญาติเราเที่ยวกันแปลก ๆ งี้หนอ ![]() [Chiangmai Night Safari]
อิอิ พึ่งนึกออกอ่ะ ว่าเราไปเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีด้วยนี่หว่า อิอิ ไปถึงสักประมาณทุ่มครับ
ไปถึงก็แบบ โห ถนนทางเข้ายังไม่เสร็จเลยอ่ะ เง้อ
เข้าไปก็แบบโอ้ว อลังการดีแต้ แต่ปัญหาคือยังไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยอ่ะค่ะ ต้องไปถามคนที่เค้ามาก่อนว่าตกลงยังไงกันแน่ สรุปก็คือว่ายังไม่เก็บสตางค์ครับ มันมีสองส่วนคือ ส่วนที่เป็นป่าซาวันน่า กะสัตว์กินเนื้อครับ ก็ต้องมาต่อแถวนะ ของผมอ่ะกว่าจะได้รอบก็รอบสี่ทุ่มครับ ได้ป่าซาวันน่า เค้าจะปั๊มที่ข้อมือว่า "หน่วยปฏิบัติการ" และก็รับบัตรคิว ผมคิวที่ 6-7-8 ให้มาตอนสามทุ่มครึ่งมารอขึ้นรถ
รอบหลังจากสี่ทุ่มไม่มีแล้วครับ และก็เหลือคิวอีกสักสิบคิวมั้ง
ปัญหาก็คือญาติส่วนที่เป็นเด็ก ๆ อ่ะมาต่อคิวกันแล้ว ได้ครบ แต่ผู้ใหญ่จะไม่ดูอะดิ ก็เลยตกลงกันว่าจะไปกินข้าวกันก่อนค่อยกลับมา ก็ต้องเข้าเมืองอะครับ ก็ไปกินภัตตาคารนะ ตอนแรกญาติว่าจะกินโต๊ะเดียว แล้วเหลือกับข้าวอะไรก็ให้เด็ก ๆ กิน เลยโดนพ่อผมว่า บอกว่าทำอย่างนี้มันจะเป็นการดูถูกเด็กเกินไปนะ สรุปคือกินสองโต๊ะอะครับ มื้อนั้นก็ตกห้าพันกว่า ๆ สังเกตได้เลยว่าญาติเด็ก ๆ น้อง ๆ ถูกใจมาก แต่ญาติผู้ใหญ่ดิมาบอกว่า ไม่อร่อยเลย ผมเลยตอบกลับไปว่า ไม่อร่อยไม่เป็นไร แต่แค่ให้ผมเปิดร้านแล้วมีคนมากินได้ขนาดนี้ผมก็พอใจแล้ว ถึงได้เงียบครับ เอาเข้าไป ถ้าผมมีพ่อแม่แบบนี้สงสัยคงแย่เหมือนกันอ่ะ แบบว่าตัวเองกินดี ๆ แล้วให้ลูก ๆ กินที่เหลือ เฮ้อ
สรุปสุดท้ายก็ไม่ได้ไปครับ เพราะว่าผู้ใหญ่ไม่ไป รถคันของผมมันจุไปไม่หมดอ่ะ เลยกลับโรงแรมมา โทรศัพท์ กะส่ง SMS ถึงใครบางคนอ่ะ อิอิ
สรุปวันแรกก็อิ่มบุญไปตามระเบียบอ่ะ แบบไม่นึกว่าจะได้สักการะทั้งพระบรมสารีริกธาตุกะพระพุทธบาทในวันเดียวกัน :D ที่เสียดายก็คือไม่ได้เจอหน้าเพื่อน ๆ ในสเปซที่อยู่เชียงใหม่อ่ะครับ ก็แบบไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อน ๆ อ่ะ ไม่รู้จะติดต่อยังไงคับผม เสียใจมากมายมหาศาล T_T
จบวันแรกและครับ อันนี้แบบคร่าว ๆ นะ จำไม่ค่อยได้อ่ะครับ มันนานหลายวันและ
แล้วเด๋วค่อยมาดูกันต่อว่าวันต่อ ๆ มามีอะไรอีก แต่รับรองครับ มหัศจรรย์กว่านี้อีกเยอะนะ และก็พัฒนาการระหว่างญาติกะครอบครัวผมจะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป!!! [ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 ] ![]() [วัดพระพุทธบาทสี่รอย]
วันนี้ก็ต่อเนื่องจากเมื่อวานอ่ะครับ แบบว่าญาติ ๆ จะไปดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์อ่ะ ซึ่งแบบว่าสถานที่พวกนี้อ่ะใครไปเชียงใหม่ก็ต้องไปเนอะ แต่ว่าแบบทั้งครอบครัวผมและญาติอ่ะไปกันหลายทีแล้ว วันนี้เลยแยกทางกันไปขอรับ เพราะว่าชีวิตมันต้องมีของแปลกใหม่เนอะ วันนี้เลยตัดสินใจไปวัดพระพุทธบาทสี่รอยขอรับ แบบว่าอย่างกะแข่ง Rally เลยเที่ยวนี้อ่ะ คือประมาณว่ารู้คร่าว ๆ ว่าน่าจะแถวนั้น ที่เหลือก็ปากถามเอาครับ โห สุดยอดเจอทางแบบทางลูกรัง ทางชัน 70-80 องศา เจอทางเป็นหลุมเป็นบ่อแบบลึกสุด ๆ ที่สำคัญเป็นแบบว่าข้าง ๆ เป็นไร่ผักอ่ะ เห็นคนเค้าปลูกผักกันแบบจะจะ ส่วนถนนสูงกว่าไร่มากมายครับ ถ้าตกลงไปก็ขึ้นไม่ได้แน่นอนอ่ะ โอ้ว สุดยอด ได้ลองรถกันแบบเต็มสูตรเลยครับ ถูกใจท่านพ่อกะผมมากมาย อิอิ เยี่ยม เห็นการทำไร่บนเขา โห เค้าไปปลูกกันได้ไงเนี่ย!!! ชันมากมาย สรุปประวัติคร่าว ๆ ของรอยพระพุทธบาทสี่รอยนะครับ (ตามความทรงจำของผมน้า ผิดถูกประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยเจ้า)
มีเจ้าอาวาสอยู่คนนึง เบียดบังเงินสงฆ์ไปมากมาย ทำให้ต้องตกนรกแล้วกลับมาเกิดเป็นหิน พระพุทธเจ้าองค์แรกจึงได้มาโปรดโดยประทับรอยพระบาทไว้ที่นี้ จากนั้นพระพุทธเจ้าอีกสามองค์ก็ได้ไปประทับรอยพระบาท ณ ที่เดียวกัน โดยแต่ละรอยจะเล็กลงเรื่อย ๆ เพราะว่าร่างกายของมนุษย์จะเล็กลงเรื่อย ๆ สำหรับรอยที่สี่ก็ได้แก่พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน (เจ้าชายสิทธัตถะ) และพระองค์ได้ทรงทำนายไว้ว่าจะมีพระพุทธเจ้าองค์ที่ห้ามาประทับรอยสุดท้ายซึ่งจะประสานรอยทั้งสี่ให้เป็นหนึ่งเดียว แล้วเจ้าอาวาสคนนี้ถึงจะหมดเวรหมดกรรม ดังนั้นรอยพระพุทธบาทนี้จึงศักดิ์สิทธิ์มากมาย เพราะมีถึงสี่รอยในที่เดียว มีคนไปไม่มาก เพราะว่ากันดาร กว่าจะได้บุญนี้เหนื่อยนักแล มีการเสี่ยงทายที่เป็นลักษณะเฉพาะ (เท่าที่ผมทราบนะ) คือเอาไม้มาวัดจากปลายนิ้วชี้มือซ้ายไปถึงนิ้วชี้มือขวาแล้วทำตำหนิไว้ (ด้วยหนังสติ๊ก) แล้วอธิษฐาน จากนั้นวางในรอยพระบาท ทิ้งไว้สัก 5 นาที แล้วนำมาวัดกับร่างกายตัวเราใหม่ ถ้าจากนิ้วชี้ซ้ายถึงนิ้วชี้ขวายาวขึ้นสักหนึ่งข้อนิ้วแสดงว่าจะประสบความสำเร็จ จากนั้นก็อธิษฐานอย่างเดิมให้แน่วแน่ขึ้น ทำอย่างนี้สามครั้ง ท่านว่าศักดิ์สิทธิ์นักแล ว่าแล้วผมก็ลองเลย เรื่องแรกเรื่องความรัก พออธิษฐานเสร็จ (เอ่อ ขออุปคำอธิษฐานของผมนะครับ เขินอ่ะ อิอิ) ทิ้งไว้สักสามนาที พอหันหลังเท่านั้นแหล่ะ มีคนมาหยิบของเราอ่ะ โห อย่างเศร้าเลย เค้าขอโทษเราใหญ่เลย และก็เลยอธิบายอะไร ๆ ให้เราเยอะแยะ เอานะ ในเรื่องร้ายก็มีเรื่องดี "จะเอาอะไรกับคำว่าได้และเสียมากมาย" เลยเปลี่ยนใจและ อธิษฐานเรื่องงานดีกว่า ครั้งแรกกะครั้งที่สองยาวขึ้นจริง ๆ อ่ะ อัศจรรย์ (ไม่ได้โกงด้วยนะเออ) แต่ครั้งที่สามไม่ยาวขึ้นแล้ว ว่ากันว่าถ้าประสบความสำเร็จสามครั้งคือเป็นแบบถล่มทลาย สองครั้งก็ดีมากแล้ว เพราะโดยทั่วไปจะไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียวกัน ขึ้นกับแรงอธิษฐานและกรรมที่ทำมา สาธุ และก็คุณน้าที่หยิบของเราขึ้นมานี่แหล่ะ เลยเล่าให้เราฟังว่า ถ้าในหน้าฝนนะ จะมีน้ำผุดขึ้นมาในรอยพระบาท ถ้าเอามาล้างหน้า พรมหัวจะดีนักแล เป็นสิริมงคลยิ่ง อื้มม์ ไว้ว่าฤดูฝนบ้างดีกว่า แต่อันตรายเหมือนกันแฮะ ถนนแบบนี้...
[วัดศรีดอนมูล]
ช่วงบ่ายมาที่วัดศรีดอนมูล คุณพ่อเล่าว่าครูบาน้อยวัดนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก เอาง่าย ๆ แค่คิดว่าเป็นวัดที่องค์ในหลวงพระราชินีและสมเด็จพระบรมเสด็จมาบ่อย ๆ ก็พอจะเข้าใจได้ครับ ที่ประทับใจมีสองอย่างอ่ะ คือ ระหว่างที่รอครูบาน้อยท่านออกมาก็สำรวจวัดไปเรื่อย ๆ เจอป้ายอันนี้ครับ "มารบ่มี บารมีบ่เกิด" โห โดนซะ แบบใช่เลยอ่ะ ในวัดก็มีป้ายอีกมากมายนะครับ ดี ๆ ทั้งนั้นแหล่ะ ผมว่าดีมากเลยนะกุศโลบายนี้จะทำให้คนอีกมากมายเข้าใจธรรมะได้มากขึ้น แต่อันนี้อ่ะโดนที่สุดเลย "มารบ่มี บารมีบ่เกิด" สักพักครูบาน้อยท่านก็ออกมาครับ ท่านอายุหกสิบกว่าแล้วแต่ยังแข็งแรงเหมือนคนสี่สิบเลย ที่ประทับใจคือท่านให้พรเป็นคาถาโบราณภาษาล้านนาครับ และก็ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันด้วยนะ ท่านให้ไปแปลเอาเอง จากนั้นท่านก็พรมน้ำมนต์ให้ โห เยี่ยมอ่ะ ปีใหม่ปีนี้ได้รับสิ่งสิริมงคลมากมาย เปิดหูเปิดตาโลกกว้างขึ้น และท่านก็ผูกบายศรีข้อมือให้ครับ อื้มม์ ดีอ่ะ แบบขนาดกลับมากรุงเทพแล้วเวลาที่เราจะคิดอะไรไม่ดี พอเหลือบไปเห็นสายสิญจน์ที่ท่านผูกไว้ ก็สงบลงได้เลยครับ เหมือนว่าพระอยู่กับเราตลอดเวลาอ่ะ ^_^ จากนั้นก็กลับที่พักครับ ไม่เสียใจเลยที่แยกตัวไปกันเองอ่ะ แบบว่าถูกใจมากมาย วันนี้ก็โทรหาใครบางคน แต่เค้าบอกว่าวันนี้ต้องเข้าเวร เราเลยเศร้าไปเลย ไม่เป็นไร เตรียมตัวส่ง SMS ให้เพื่อน ๆ ทั้งแบบ "เพื่อนสนิท" กะไม่สนิทเนอะ อิอิ ขอบอกว่าส่งให้ตอน 12:01-12:10 ทุกคนเลยครับ อิอิ ขอให้มีความสุขมาก ๆ ครับ ส่วนคนที่ไม่ได้ก็อย่าเสียใจไปครับ เพื่อน ๆ ทุกคนมีความสำคัญกะผมทั้งนั้นแหล่ะ แต่ผมไม่มีเบอร์มือถือของคุณแค่นั้นเองครับ (แต่แค่นี้ก็เล่นเอากระเป๋าฉีกเลยนะ เงินที่พึ่งเติมหมดเลยอ่ะ -_-" ม่ายเป็นอิหยัง เพื่อเพื่อนน้อยกว่านี้ได้ไงเนอะ คิกคิก)
[ วันที่ 1 มกราคม 2549 ]
![]() [ถ้ำเชียงดาว]
วันนี้จะออกจากเชียงใหม่แล้วครับ ตื่นแต่เช้าเลยอ่ะ ง่วงมากมาย เริ่มออกเดินทางไปเชียงราย ระหว่างทางก็เลยแวะตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ครับ วันนี้ไปกะบรรดาญาติ ๆ ขอรับ ก็ไม่รู้โปรแกรมอยู่ดีแหล่ะครับ มารู้อีกทีก็ไปถึงที่แล้วอ่ะ วัดเชียงดาว มีของขายมากมายตามสไตล์วัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ว่าแล้วก็ไปเข้าถ้ำกันเหอะ เนี่ยครั้งแรกที่มาเข้าถ้ำเลยนะ ปกติก็เห็นแต่ในทีวีอ่ะ เสียค่าเข้าชมคนละยี่สิบบาท ค่าจ้างไกด์ต่อห้าคนก็ร้อยบาท ไกด์เนี่ยจำเป็นมากมายครับ แบบว่าในถ้ำอ่ะไม่มีไฟนีออน ต้องใช้แสงไฟจากตะเกียงเจ้าพายุอ่ะ ตอนที่เดิน ๆ ไปก็เลยถามพี่ไกด์ว่าไมพี่ไม่ค่อยหยุดเดินเลย คำตอบพี่ทำให้เราเข้าใจเลยครับ ก็แบบตะเกียงมันร้อนมากอ่ะ ถ้าไม่เดินพี่เค้าจะร้อนมือสุด ๆ เลย โห น่าสงสารอ่ะ T_T ทีนี้ไกด์ก็จะพาเราเดินไปเรื่อย ๆ และก็จะหยุดอธิบายให้เราดูไงครับ พี่เค้าบอกว่าผมกะน้องสาวเนี่ยถ่ายรูปเก่งมากมาย หมายถึงถ่ายเยอะมากอ่ะ เหอเหอ แหมแหม ก็แบบมาถึงที่แล้วทั้งทีเนอะ อิอิ ทีนี้มันมีทางหลักครับที่แบบว่าต้องลอดรูของถ้ำไปทั้งหมด 3 รูอ่ะ แบบว่ารูเล็กมาก ๆ ครับ ทีนี้ใน trip ผมอ่ะมีญาติคนนึงอ้วนมากอ่ะครับ น้ำหนักก็นิดหน่อย 150kg เองอ่ะ แต่น้องเค้าลุยมากเลยนะ โห ขอปรบมือชมจากใจจริงเลยอ่ะ ไกด์บอกว่ารูสามรูเนี่ยเป็นรูชำระบาปเพราะว่ากว่าจะเข้าไปสักการะองค์พระนอนได้เนี่ยยังไงก็ต้องผ่านสามรูนี้ครับ หินงอกหินย้อยในถ้ำก็งามอ่ะนะครับ แต่ไม่ค่อยชอบที่ว่ามันไม่ใช่ตามธรรมชาติทั้งหมด มีบางส่วนที่คนทำขึ้นเอง เช่น หินยักษ์นอน ส่วนตัวอะธรรมชาติ แต่มีมาแต่งหน้าให้อะไรประมาณเนี้ย ที่ขำ ๆ ก็คือหินไข่ดาวอ่ะ เหมือนคนทำเทียนตกตกลงไปบนพื้นอ่ะ เป็นหินด้วยเหรอเนี่ย เอานะ ยังไงก็ทำรายได้ให้วัด มาบำรุงพระพุทธศาสนาเนอะ อิอิ พอพ้นจากสามรูไปก็จะเป็นโถงกลางครับ แยกไปถ้ำพระนอน หรือไม่ก็กลับไปตรงทางออก ตอนแรกผู้ใหญ่ก็ตัดสินใจออกกันแล้วหล่ะครับ แต่แหม นะ มาถึงแล้วทั้งทีก็ต้องไปให้สุด ๆ เนอะ พวกเด็ก ๆ เลยไปกันต่อครับ อีกสัก 350 เมตรมั้ง จนเข้าไปถึงองค์พระนอน ไกด์เล่าว่าเป็นชาวพม่ามาแกะสลักไว้ หน้าองค์พระงามมากครับ นมัสการเสร็จก็กลับครับผม ^_^ จริง ๆ ยังมีอีกอะนะครับ เข้าไปอีก 600 เมตรจะมีถ้ำน้ำ ไกด์บอกว่าจะมีแอ่งน้ำ คือปกติถ้าหน้าฝนเนี่ย นะจะท่วมมาจนถึงโถงกลางเลย จะกลับได้ทางเดียวคือมุด 3 รูนั้นกลับไปใหม่อ่ะ น้อง150 ก็บอกว่าถึงเป็นอย่างนั้นเค้าก็จะไม่กลับสามรูนั้นเด็ดขาด จะดำน้ำกลับไปให้ได้อ่ะ กำ ก็เลยไม่ได้เข้าไปอ่ะครับ เห็นใจน้องเค้าด้วย อุตส่าห์มุดผ่านมาได้ทั้งสามรู เดินเข้าไปก็ไม่เห็นอะไรนอกจากน้ำ เลยกลับกันครับ [บ่อน้ำร้อนฝาง]
อันนี้สุดมันส์ ก็แบบว่าอยู่ ๆ ญาติก็มากำหนดว่าให้เวลาเที่ยวแค่สามสิบนาทีอ่ะ โห ไอ้เราแอบเคือง เที่ยวยังไงอ่ะให้แค่สามสิบนาที อย่างนี้ไม่ใช่เที่ยวแล้วอ่ะ ยังไม่รู้ประวัติที่มาที่ไปอะไรเลย อย่างนี้เค้าไม่เรียกว่ามาถึงน้า แต่เอาเหอะ อยากได้อย่างนั้นก็จัดให้ ครอบครัวผมก็เลยรีบเดินรีบถ่ายรูปอ่ะครับ สรุปคร่าว ๆ ก็ประมาณเห็นเค้าต้มไข่กันเยอะแยะเลยอ่ะ แบบโฆษณาฮอลล์เลยอ่ะ เลยสอบถามได้ความมาว่าน้ำที่นี่ต้มไข่15-20 นาทีก็จะสุก โห อย่างร้อน ก็เดินไปจนถึงจุดนึง มันเป็นสถานที่ ๆ จะมีแรงดันน้ำสูงสุด แต่ต้องแล้วแต่ดวงด้วยครับ พอดีมันขึ้นมาด้วยอ่ะ โห รีบถ่ายรูปกันใหญ่เลย น้ำร้อนพอควร น้ำขึ้นไปสูงเหนือต้นไม้ใหญ่ซะอีกครับ กระเด็นไกลมากมาย อิอิ ดูท่ารูปจะสวยน้า ถ้าไม่ติดที่มีเวลาแค่สามสิบนาทีนะ คงได้ลงไปอาบน้ำร้อนกันแล้วอ่ะ เอาเหอะ รู้สถานที่แล้ว เด๋วค่อยมาใหม่ก็ได้เนอะ :D ![]() [ดอยแม่สลอง]
เขียนถึงน้องหนอนก็เคยเขียนมาแล้ว วันนี้เลยได้โอกาสไปเยือนต้นกำเนิดชากันอ่ะครับ ดีไม่ดีจะได้เจอน้องหนอนด้วยนะ :P [ http://spaces.msn.com/members/yutarng/Blog/cns!1p9gv6zOiZ9OWyGIGd1AOKeQ!4947.entry ] ดอยแม่สลองเป็นสถานที่ที่เป็นต้นกำเนิดชาครับ ไปถึงเนี่ย โห ร้านขายชาเพียบ มีให้ชิมก่อนซื้อด้วย ต่อราคากันสะบัด คุณพ่อเล่าว่าจริง ๆ เมื่อก่อนตรงนี้เป็นสถานที่ ๆ ทหารไต้หวันมาช่วยไทยรบกับคอมมิวนิสต์ พอสงครามสงบเลยขอปักหลักอยู่ที่นี่เลย โห คนขายอ่ะคุยภาษาจีนต่อราคากะคุณแม่กันมันส์หยดอ่ะ แบบคุณแม่ผมเนี่ยนะ อิอิ ไม่ใช่หาว่าคุย แต่เป็นยอดฝีมือในการต่อราคาจริง ๆ อ่ะ ต่อแบบทั้งภาษาไทยภาษาจีนได้หมด ก็ซื้อของกันมันส์มากมายครับ แบบว่าเส้นทางมหาโหดพอควร ชันมากทั้งขึ้นและลงสัก 60-70 องศากระมัง ใช้รถคุ้มเลยแฮะ อิอิ หลังจากต่อราคานี่สิ ก็ไปทานข้าวกันครับ อื้มม์ คราวนี้เลยให้คุณญาติสั่งเองเลยละกัน เอาตามใจชอบเลยอ่ะ อาหารก็ธรรมดาครับ แต่วิวนี่สิ โห เค้าเรียกว่า สวนหมอกดอกไม้อะครับ สอบถามได้ความว่าเช่าที่กางเต้นท์คนละ 100 บาท (เอาเต้นท์มาเอง) บรรยากาศดีมากมาย เหมือนทะเลหมอกเลย ถ้าเป็นห้องพักก็ตกคืนละพันนึงถึงพันสี่ สงสัยจะได้มาค้างกันที่นี่แหล่ะครับ trip หน้าอ่ะ บรรยากาศเหมือนภูชี้ฟ้าเลยอ่ะ เหมือนยืนบนหมอกครับ มองไปด้านล่าง (ตอนไม่มีหมอก) จะเห็นทุ่งชาที่ปลูกแบบขั้นบันไดบนเชิงเขาเต็มไปหมดเลย :D นอกจากนี้ทางสวนอาหารยังมีมุม ไม่ใช่มุมแล้วอ่ะ มีสวนเลย ที่ตัดตกแต่งต้นไม้ดอกไม้ได้งามมาก เหมือนบนดอยตุงเลยอ่ะ แต่ขนาดย่อมกว่า อิอิ ถ่ายรูปกันมันส์หยดเลยคร้าบ คิกคิก จากนั้นก็เดินทางต่อ คนขับรถคันนั้นเร่งให้รีบไปเพราะว่ากลัวมืดอะครับ ที่นี้มีผ่าน "พระสยามเทวาธิราช" ด้วยอ่ะ โห มีองค์จริง ๆ ด้วยเหรอ นึกว่าเป็นนามธรรม อยากจะจอดรถลงไปกราบไปถ่ายรูปใจจะขาด ไอ้คนขับรถก็เร่งอ่ะ มันจะอะไรนักหนาแค่ห้านาทีก็ไม่ได้เหรอ แค้นอ่ะ อ๊ะ ไม่ได้ ไม่ได้ ปีใหม่แล้วเนอะ ก็เลยได้แค่ไหว้ท่านจากในรถอ่ะครับ คราวหน้านะต้องกราบท่านให้ได้เลยอ่ะ เลยไม่ได้เห็นองค์จริง ๆ เลยอ่ะ เสียดายสุด ๆ T_T ![]() [อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย]
ค่ำ ๆ ก็ไปถึงเชียงรายครับ ก็เข้าโรงแรม โห โห โห คราวนี้หนักกว่าที่เชียงใหม่อีกอ่ะ ตายละวา Cable TV ก็ไม่มี แต่ที่หนักที่สุดอ่ะ น้ำร้อนไม่มีอ่ะ โห ตายแน่ตรู เง้อ อาบน้ำด้วยความเร็วสุด ๆ เลยครับ หนาวอ่ะ ก็อุณหภูมิมันแค่ 10 องศาอ่ะ บรื๋อ ก็เอานะ ลูกผู้ชายยืดได้หดได้ ครั้งเดียวก็เกินพอแล้วครับ แต่คราวนี้ปรับไปตามสถานการณ์ก่อนเนอะ จากนั้นก็แยกย้ายกันไปครับ แต่ที่ประทับใจก็ที่อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายอ่ะครับ หลังจากกราบท่านเสร็จ ก็นี่เลยครับ "ยี่เป็ง" ครับผม ขายอยู่หลังองค์พ่อขุนครับ ตกหนึ่งร้อยบาท ก็เลยถามวิธีใช้จากคนขาย ก็ให้คลี่ออกมาในแนวตั้งแล้วก็จุดไฟครับ จากนั้นก็จับยี่เป็งไว้ อธิษฐานแล้วก็ปล่อยอ่ะ ก็อธิษฐานกะครอบครัวครับ ขอให้ความทุกข์ลอยไปกะยี่เป็ง ปีใหม่ให้มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา อื้มม์ โรแมนติคอ่ะ ไว้มีแฟนนะ จะพามาปล่อยกันสองคนเนอะ อันนี้สัญญาครับ อิอิ แต่ตอนนี้ยังก่อนครับ ต้องหาแฟนให้ได้ก่อนอ่ะ เฮ้อ -_-" ที่เสียดายก็คือลืมเอากล้องไปอ่ะ อดถ่ายรูปยี่เป็งเลย แต่ไม่เป็นไร แค่นี้ก็อิ่มอกอิ่มใจแล้วอ่ะ ลอยไปได้สูงมากเลยครับ ภูมิปัญญาชาวบ้านไทยไม่น้อยหน้าชาติอื่นจริง ๆ อ่ะ ยืนดูตั้งสิบห้านาทีแล้วยังไม่ร่วงลงมาเลย แถมไปได้สูงมาก เลยกลับครับ :D [ วันที่ 2 มกราคม 2549 ]
![]() [แม่สาย]
วันนี้ไปแม่สายครับ ชายแดนไทยพม่า เคยไปแล้วอ่ะสองปีที่แล้ว ไม่อยากไปเลยอ่ะ แต่ว่าญาติ ๆ อยากไป พอไปถึงเลยตัดสินใจว่าจะข้ามไปพม่าขอรับ ก็ไปจอดรถกะน้องนะ ส่วนคุณพ่อก็เอาบัตรประชาชน/ใบขับขี่ไปทำเรื่องข้ามแดนอ่ะ โห ที่จอดรถหายากมากมาย กว่าจะจอดได้ก็ครึ่งชั่วโมงอ่ะ เง้อ จากนั้นก็ข้ามแดนไปครับ ปั๊มที่ไทยทีนึง ปั๊มที่พม่าทีนึง เสียสักคนละยี่สิบบาทมั้งครับ ถ้าจำไม่ผิด ก็ไป shopping อะครับ โห คนพม่าแต่พูดไทยใช้ได้เลยนะ ของก็มีพวกเสื้อผ้า ผ้าห่ม ของกิน ขนม ขนมนี้ร้ายกาจมากครับ 13 ห่อ 100 บาท ห่อเนี่ยห่อใหญ่ ๆ เลยนะ โห ผมสิไม่กล้าซื้ออ่ะ แหมขายอย่างกะของไม่มีต้นทุนอ่ะ ถ้าใครจะซื้ออย่าลืมดูวันหมดอายุด้วยเจ้า และก็จะมีพวกที่เดินไปเดินมามาถามขายบุหรี่เป็นกล่อง ไฟฉาย ที่แปลกใจครับมีถามว่าซื้อซีดีโป๊ป่าว กำ ไม่ใช่พันธุ์ทิพย์นะเฟ้ย เง้อ -_-" สำหรับผมก็ได้ผ้าห่มมาครับ นุ่มและก็อุ่นมากมาย อิอิ ก็ถ่ายรูปกะป้ายประเทศพม่า และก็ข้ามฟากกลับเมืองไทยครับ มาถ่ายรูปกับป้ายเหนือสุดแผ่นดินสยาม เดินกันสักชั่วโมงกระมัง ![]() [สามเหลี่ยมทองคำ - วัดเชียงแสน]
จากนั้นก็แยกย้ายกันไปสามเหลี่ยมทองคำครับผม โห เที่ยวนี้มีสิ่งก่อสร้างใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายครับ ก็แวะไปจอดรถที่ด้านบนก่อน (อันนี้น้อยคนจะรู้นะครับ เป็นวัด ๆ นึง น่าจะชื่อวัดเชียงแสนครับ) ด้านบนจะมีป้ายสามเหลี่ยมทองคำให้ถ่ายด้วย และจะมองเห็นแม่น้ำที่แยกเป็นสามส่วนทั้งไทยพม่าลาวครับ เท่าที่ดู ๆ ทิศทางน้ำจะทำให้ไทยเราเสียดินแดนไปเรื่อย ๆ และลาวได้ดินแดนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ครับ -_-" จากนั้นก็เดินลงมาด้านล่างครับ อย่างแรกเลยมีช้างสองตัวให้ลอดใต้ท้องครับ และก็มีบันไดให้ปีนขึ้นไปถ่ายรูปด้านบนระหว่างช้างสองตัวด้วยครับ อันนี้น้องสาวได้เลือดครับ แบบว่ามีคนแซงคิวและชนน้องสาวผมไปโดยเหล็กแหลมด้านข้างครับ ก็ขอโทษขอโพยกันไป คนไทยน้า เป็นซะได้แบบนี้ -_-"
จากนั้นก็ไปขึ้นเรือแก้วคุณธรรมครับ แล่นไม่ได้หรอกครับ แต่ใหญ่โตมาก ด้านบนบรรจุพระบรมสารีริกธาตุครับ ที่นี่เจ๋งตรงที่เราเห็นพระบรมสารีริกธาตุเลยอ่ะครับ มีบทสวดโดยเฉพาะ ดูแล้วศักดิ์สิทธิ์มากมาย มีรูปเจ้าแม่กวนอิม และกวนอิมพันมือสลักหินอ่อนด้วย ถ่ายรูปกันเยอะมากเลยครับ สักการะเสร็จ ก็เซียมซีครับผม อิอิ ตามนี้อ่ะ ใบที่สิบเก้ามีความสุขสิ้นทุกข์ร้อนท่านสุนทรจริงจังดังว่าขาน จะปราศจากทุกข์สุขใจให้เบิกบาน อยู่ทุกทิวาราตรีไม่มีเลือน จะหวังลาภอาบสมอารมณ์ปอง ทั้งคู่ครองดีกระไรใครจะเหมือน ลาภหรือคู่สู่แน่ไม่แชเชือนในสามเดือนนี้ไซร์ไม่คลาดคลา แม้เป็นความก็จะชนะเขา ความของเราจะเป็นต่อในข้อหา ถามตามญาติลูกหนี้หนีพักตรา ขอทายว่าคงประสบพบยินดี จะสู่ถิ่นฐานใดไม่ตกอับ คนจะนับหน้าพร้อมน้อมศักดิ์ศรี ยิ่งแก่ตัวยิ่งเพิ่มเสริมความดี จนใบนี้ว่าประเสริฐเลิศนักเอยฯ
Your hardship is over, from now on your life will be pleasant and happy every night and day. Within three months, the good fortune and spouse you wished for will come true. If you're involved in a lawsuit, you're likely to win the case. The missing cousins and the escaping debtors will be in touch. Wherever you go, whoever you meet will respect you. The older you get, the better you'll be. โห ในสามเดือนนี้จะเจอเนื้อคู่เลยเหรอ โห จริงเหรอ??? อันนี้ด้านหลังเซียมซีครับผม :D
"คนที่มัวประมาทมัวรอโน่นรอนี่อยู่ หรือผลัดวันผลัดเวลาอยู่ ก็มักจะหมดโอกาสที่ทำสิ่งที่ควรทำเมื่อถึงเวลา เรี่ยวแรงก็จะหมดไปเรื่อย ๆ อายุก็มากขึ้นเรื่อย ๆ แม้อยากจะทำก็ทำไม่ไหว แม้ขอเวลาขอโอกาสให้แข็งแรงให้อาการดีขึ้นเพื่อมาทำความดีทำบุญกุศลก่อนไป มัจจุราชก็ไม่ยอม เพราะหมดเวลาไปแล้ว จึงต้องไปตามอำนาจของมัจจุราชและไปอย่างมือเปล่าไม่มีหลักประกันอะไรเลย" วาทะธรรม...พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ไม่เชื่อไม่ลบหลู่ รู้เชื่อไม่งมงาย หมั่นใช้ปัญญาตริตรอง กฎแห่งกรรมมีจริง จงเร่งลดชั่ว เพิ่มดี มีจิตนิ่งนาน จากนั้นก็ไปหยอดเหรียญทำบุญตามจำนวนของพระประจำวันเกิดครับ
แล้วก็ไปที่พระสังขจายครับ ว่ากันว่าถ้าอธิษฐานแล้วปาเหรียญเข้าสะดือท่านได้จะสมหวัง โห ยากเหมือนกัน สักสามเมตรมั้งระยะระหว่างจุดที่ยืนจนถึงสะดืออะ สะดือก็เล็กนิดเดียว เค้าเลยมีทำปล่องข้าง ๆ ครับ ด้านนึงสำหรับให้โชคดี ด้านนึงไว้สะเดาะเคราะห์ ช่องใหญ่มากและก็มีท่อต่อมาให้ถึงสะดือ โห คนคิดเก่งจัง อย่างนี้ก็มีแต่คนอยากทำบุญเนอะ :D สรุปสิ่งที่ได้จากตรงนี้คือ เราสามารถสร้าง Value เพิ่ม ให้กับสิ่งใด ๆ ก็ได้ครับ ดูสถานที่นี้สิครับ รวมสิ่งที่ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มาทำให้ตัวเองศักดิ์สิทธิ์ได้อ่ะ เหมือนอะไรมั้ยเอ่ย ผมคิดถึงสิงคโปร์อะครับ ประเทศนิดเดียว แต่กำหนดชะตาโลกได้ อย่างน้อยก็ราคาน้ำมันในไทยนะ T_T ![]() *** สามเหลี่ยมทองคำ - วัดพระธาตุปูเข้า ***
ที่นี้เป็น Hi-light ของ trip นี้เลยครับ คือจริง ๆ แล้วเนี่ยที่จุดจอดรถด้านบนที่มีป้ายสามเหลี่ยมทองคำเนี่ย ก็มีคนรู้จักกันน้อยอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะถ่ายรูปกะป้ายด้านล่างมากกว่า แต่ที่สำคัญคือด้านบนที่จอดรถเนี่ยครับ จะมีวัดพระธาตุปูเข้าครับ มีบันไดนาคสูงพอสมควร เมื่อสองปีที่แล้วที่ผมมาที่นี่ก็ได้แค่ถ่ายรูปกะบันไดนาคครับ ไม่ได้ขึ้นบันไดไปด้วยซ้ำก็กลับแล้ว เหมือนบุญมีแต่กรรมบัง แต่มาคราวนี้ไม่รู้อะไรดลใจครับว่าขึ้นไปเถอะ เลยขึ้นไปสามพี่น้องครับ ขึ้นไปถึงเจอสถูปเก่าแก่แตกหักมากมาย บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ขลังมากครับ ก็แปลกใจอยู่ว่าพระธาตุอยู่ไหน เดินหาก็เจอศาลามั้งครับ มีป้ายติดไว้ว่าผู้หญิงห้ามเข้า ก็เลยบอกน้องสาวว่ายังไม่ต้องเข้ามา เหมือนมีบุญอ่ะครับ ที่ด้านบนมีคุณน้าอยู่คนนึง เค้าบอกว่าเข้ามาได้แต่ห้ามเข้าไปในส่วนของพระธาตุด้านในครับ พอเข้ามาถึงด้านบนศาลาครับ แบบว่าผมขนลุกซู่เลยอ่ะ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพบองค์พระที่แบบดูขลังขนาดนี้อ่ะครับ ทราบทีหลังว่าสร้างมาแล้ว 1,300 กว่าปี โดยชาวลาว ไม่รู้จะอธิบายยังไงดีอ่ะครับ และก็ไม่รู้อะไรมาดลใจให้ผมหยิบยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกที่วางไว้เพื่อบูชาท่านมาอ่านครับ ผมก็โทรเรียกคุณพ่อให้ขึ้นมาเลยครับ จากนั้นก็บริกรรมยอดพระกัณฑ์ไตรปิฏกกับน้องสาวครับ ก็ค่อย ๆ เข้าสู่สมาธินะครับ แรก ๆ ก็ได้ยินเสียงญาติตามขึ้นมามั้งครับ ท่องไปสักพักสัก 5 นาทีมั้ง เสียงรอบข้างหายไปหมดเหลือแต่ผมกะองค์พระประธานครับ ท่องไปทั้งหมดสามสิบนาทีได้มั้งครับ นึกว่าจะท่องไม่จบครับ คือแบบท่องไปร่างกายก็สั่นไปเองอ่ะครับ ปกติผมก็สวดมนต์บ่อย ๆ ก็ไม่เป็นนะครับ รู้สึกจิตใจอิ่มเอิบ สงบสุข มาก ๆ ครับ ยิ่งตอนท้ายของยอดพระกัณฑ์มีบทที่ว่าด้วยการอุทิศส่วนกุศลอีก ยิ่งอิ่มใจครับ คุ้มค่ามากมาย จากนั้นก็เข้าสู่บริเวณพระธาตุด้านกลางไปกราบองค์พระครับ มองไม่เห็นพระธาตุครับ คงฝังอยู่ใต้องค์พระ ส่วนนี้ผู้หญิงห้ามเข้ามาครับ ที่แน่ ๆ บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ขลังมาก ๆ ขนลุกเลยอ่ะ เย็นมาก แบบร่มเย็นอ่ะครับ จากนั้นก็ขออนุญาตท่านถ่ายรูปใบนึงครับ เหลือรูปสุดท้ายของม้วนพอดีด้วย น้องชายที่เป็นคนถ่ายบอกว่ารูปนี้สุดยอดเลย อยากเห็นเร็ว ๆ จังเลยครับ แต่ที่แน่ ๆ นะ สบายใจมาก ๆ ครับ ต้องกลับมานมัสการท่านอีกแน่ ๆ เลยครับ ที่ในศาลายังมีการเสี่ยงทายคำอธิษฐานให้หนักขึ้นหรือเบาลงด้วยนะครับ ผมไม่ได้ทำครับ เพราะว่ากำลังอิ่มบุญนะ แต่คุณพ่อเล่าให้ฟังว่า คุณพ่ออธิษฐานว่าขอให้ปีหน้าได้กลับมานมัสการท่านอีก ขอให้ได้พบกับธรรมที่สูงขึ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นขอให้ท่านหนักเท่าเดิม เอากะคุณพ่อผมสิ เขาให้อธิษฐานว่าหนักขึ้นหรือเบาลงน่ะครับ ผมว่าท่านคงงงอ่ะ เลยหนักเท่าเดิม อิอิ (ล้อเล่นนะ) "คุณพ่อบอกว่ามาไหว้พระ มาขอพรให้เราดำเนินชีวิตในทางที่ดี ไม่ใช่มาร้องขออะไรจากท่าน มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าท่านให้ทุกคนตามปรารถนาท่านจะเอาบุญที่ไหนมาให้เรา บุญเราต้องสร้างเอง ท่านเป็นเพียงที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ" สาธุ มีที่เสียดายกันอีกหน่อยก็คือ ยังไม่ได้กราบพระประธานของวัดที่อยู่ข้าง ๆ ลานจอดรถครับ ไม่เป็นไร ไว้คราวหน้าก็ได้ :D [วัดหมื่นพุทธฯ / วัดโพธิ์แมน]
ตอนนี้ก็มาทะเลาะกันอีกแล้วอ่ะครับ คนขับรถตัวดี ไม่ยอมไปครับ บอกว่าไม่รู้จัก ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วรู้จักครับ เลยโดนพ่อผมตอกกลับว่าผมจ้างคุณมาขับรถนะ จะไปที่ไหนมันต้องพวกผมกำหนดสิ ผมไม่ได้จ้างคุณมาเป็นพ่อพวกผมนะ ที่คุณจะไม่ไปไหนก็ได้ แต่คนขับรถก็ยังไม่ยอมไปครับ ญาติผมก็ยอมคนขับรถด้วยสิ สุดท้ายเลยแยกกันไปครับ ก็ถามทางไปเรื่อยครับ สุดท้ายก็ไปถึง เป็นวัดจีนครับ กำลังก่อสร้างอยู่ ขณะที่ไปถึงนะครับพระกำลังสวดบทสวดมนต์จีนกันอยู่เลย มีพระจีนอยู่เป็นจำนวนมากครับ ด้านนอกมีองค์พระสังขจายองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยประดิษฐานอยู่ด้านบนครับ โห อย่างอลังการเลยขอบอก คุณพ่อก็ยังใจดีโทรไปบอกญาติ ๆ อีกอ่ะ ทั้ง ๆ ที่พวกผมห้ามไว้แล้วอ่ะ เฮ้อ จะเป็นคนดีไปถึงไหนครับคุณพ่อ สรุปพวกเขาก็ตามมาทีหลัง หลังจากที่ผมออกไปแล้วนะครับ และก็มาบอกว่าไม่มีอะไร ยังสร้างไม่เสร็จ เรียกไปทำไม กำจริง ๆ หวังดีสุดท้ายก็โดนด่า เฮ้อ ด้านในมีองค์เจ้าแม่กวนอิม องค์สังขจาย แบบงามมากครับ พื้นหินอ่อนเย็นดี ก็่ถ่ายรูปกันอย่างเมามันส์ครับ แต่ไม่ใช้แฟลช กลัวไปรบกวนการสวดมนต์ของพระครับ จากนั้นพวกผมก็มาถ่ายรูปต่อด้านนอก ด้านหน้าวัดมียักษ์แบบเดียวกะที่ในวัดโพธิ์ครับ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็คุยกะเจ้าอาวาสต่อไป ได้ความโดยสรุปว่าอีกสิบปีจะสร้างเสร็จ เพราะว่ายังมีส่วนที่ขาดอีกเยอะ ก็ทำบุญถวายปัจจัย จุดธูปเทียนกราบพระ ก็กลับกันครับ สรุปแล้ววันนี้ ทำให้ผมได้คิดนะ โลกนี้ยังอีกกว้าง "ปัญหาที่เราเผชิญก็แค่อีกบททดสอบจากฟ้า เพื่อให้เราแข็งแกร่งขึ้น พร้อมที่จะรับบททดสอบต่อไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้เรามีความสามารถยังประโยชน์สุขแก่ผู้อื่นนั่นเอง ตายไปก็ไปตัวเปล่า ความเครียด ความเศร้า ความเหงา สุดท้ายก็ไม่คงอยู่ แล้วเราจะเศร้าไปทำไม สู้มองไปในอนาคตดีกว่า พระท่านให้พรเรามาแล้ว จิตใจเราสมบูรณ์แล้ว ที่เหลือก็แค่เรากระทำ เพราะไม่มีใครกระทำแทนเราได้" by ทั่นจอมYuth
[ วันที่ 3 มกราคม 2549 ]
วันนี้เดินทางกลับครับ โห ตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่งครับ ก็แยกย้ายกันกลับครับ นัดเจอกันที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหารครับ
ระหว่างทางก็แบบหมอกลงจัดมากมายเลยครับ เลยให้น้องจอดรถถ่ายรูปกันอ่ะครับ อุณหภูมิก็สัก 13 องศาได้ครับ แบบว่าพูดออกมาเป็นไอเลยนะ "ไอ.เลิฟ.ยู" อิอิ ถ่ายรูปไว้ด้วยแหล่ะ อยากเห็นจังเลย คิกคิก ![]() [แพะเมืองผี]
ระหว่างทางกลับมีผ่านแพะเมืองผีด้วย เลยแวะครับ คุณพ่อก็ยังโทรไปบอกญาติอีกอ่ะ สรุปว่าพวกเค้าไม่เข้ามากันครับ พวกผมก็ถ่ายรูปสนุกสนานกันครับ ว่ากันว่าเป็นหินยุคใหม่ที่ผ่านการกัดกร่อนของน้ำทำให้มีรูปร่างแปลกประหลาดครับ ผมจำไม่ได้เป๊ะ ๆ แล้วครับว่า แพะ แปลว่าอะไร จำได้คร่าว ๆ ว่าแพะแปลว่าป่า เมืองผีคือสุสาน ตำนานว่ากันไว้ว่ามียายคนนึงหลงเข้ามาในป่าสุสานแล้วมาเจอเทวดาสำแดงฤทธิ์ให้พบเห็นเงินทองมากมาย พอยายเก็บใส่หาบปรากฎว่าทำอย่างไรก็ออกไปจากป่าไม่ได้ จึงวางหาบลงแล้ววิ่งไปเรียกชาวบ้านมาดู ก็ปรากฎว่าทองหายไป จึงเรียกบริเวณนี้ว่า แพะเมืองผี สถานที่นี้ยิ่งเน้นตอกย้ำความคิดผมนะครับ คือมันไม่ได้ใหญ่มากมายเลย แต่ว่าก็สามารถหาจุดขายมาได้ ทำให้ชาวบ้านบริเวณนั้นมีรายได้ครับ :D [วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร]
เนื่องจากเวลาเหลือน้อยแล้วจึงได้แต่เข้าไปกราบไหว้กับถ่ายรูปพระพุทธชินราชครับ งดงามมากมาก ผู้หญิงสายเดี่ยวกะนุ่งสั้นห้ามเข้านะครับ ห้ามยืนถ่ายรูป จากนั้นก็กลับครับ รถติดมากมาย จนมาเจอปั๊มที่ก่อนเข้าชัยนาทนี่แหล่ะครับ มีการประชาสัมพันธ์บอกทางลัดให้เสร็จ แล้วก็มีกาแฟกินฟรี 24 ชั่วโมงด้วย เป็นสหกรณ์ครับ ขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ กว่าจะถึงบ้านก็สักสามทุ่มครับ เหนื่อยมากมาย ทานข้าวก็นอนเลยครับผม ไปเที่ยวนี้ผ่านแม่น้ำ ปิง วัง น่าน ต้นกำเนิดเจ้าพระยา เกือบครบเลยครับ รออ่านเรื่องต่อไปละกันนะครับ เป็น "สิ่งที่ได้จากแม่น้ำ" อ่ะ ^_^
คนต่างจังหวัดเนี่ยอุปนิสัยน่ารักมากมายเลยครับ แบบผมถามใครก็ตามได้คำตอบแบบว่าไม่ใช่ขอไปทีนะ บอกทางละเอียดมากเลย แต่ว่าคำว่าใกล้ ๆ ของคนต่างจังหวัดเนี่ย สเกลจริง ๆ คืออย่างไกลสำหรับคนกรุงเทพเลยอ่ะครับ เง้อ -_-" อิอิ กล่าวโดยสรุปสาวเหนือสวยมาก ๆ อ่ะ ผิวดี ที่เห็นขับมอเตอร์ไซด์นะ โห สามในสี่อ่ะ น่ารักหมดเลย :D สรุปแล้วใครสนใจไปทัวร์กะครอบครัวผมก็สมัครมาได้เลยครับ รับแค่หนึ่งคนน้า อิอิ ^_^ ว่าแล้วก็ขอจบ trip นี้ด้วย พรปีใหม่จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครับ
"จิตใจที่สะอาดและสงบนี้สำคัญมาก เพราะทำให้บุคคลมีสติรู้ตัว มีวิจารณญาณเที่ยงตรงถูกต้องสามารถคิดอ่านสร้างสรรค์ สิ่งที่จะอำนวยประโยชน์สุข ความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนชื่อเสียงเกียรติคุณ อันเป็นสิ่งที่แต่ละคนต้องการ ให้สัมฤทธิผลได้ ในปีใหม่นี้ ข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านทั้งหลายพยายามทำความคิดจิตใจให้สงบแจ่มใส ทำความเข้าใจอันดีในกันและกันให้เกิดขึ้น ผู้ที่ทำประโยชน์เกื้อกูลกัน ก็ควรแสดงไมตรีตอบขอบใจกัน ด้วยความรักความหวังดี ทุกคนทุกฝ่ายจะได้สามารถร่วมมือร่วมความคิดกัน ปฏิบัติงานของตน ของชาติ ให้ดำเนินก้าวหน้าไปโดยราบรื่นและมั่นคงบรรลุถึงจุดประสงค์ตามที่มุ่งหมาย" ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข คิดสิ่งใด เมื่อได้ทำแล้วขอให้สมปรารถนาทุกประการเทอญ...
ป.ล. ไปดู The Promise มาแล้วครับ ประทับใจการจัดภาพนะครับ Special Effect สุดยอด แน่นอนนางเอกเราชอบอยู่แล้วเนอะ งามงด แบบงามล่มเมือง (ในหนังนะ) ชอบที่สุดนางฟ้าอ่ะ แบบผมลอยได้ และห่วงกลม ๆ ตรงผมอ่ะ ประทับใจ แต่ว่าตอนจบมันแปลกนิด ๆ พระเอกไหง เอ้อ ไม่พูดและ ให้เพื่อน ๆ ไปดูกันก่อนดีก่าเนอะ อิอิ สรุปก็คุ้มกับ 120 บาทครับ ไปดู Special Effect อ่ะ อ้อ อย่าลืมดูเบื้องหลังที่หน้าโรงหนังด้วยหล่ะ สัก 20 นาทีได้มั้งครับ จะยิ่งทำให้ดูหนังได้สนุกขึ้นเจ้า ^_^ コメント (27 件)
トラックバックこの記事のトラックバックの URL は次のとおりです。 http://yutarng.spaces.live.com/blog/cns!71C3CEC3797DA959!5169.trak この記事を参照しているブログ
|
|
|